พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เล่มที่ 116 ตอนที่ 120 ก  ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542  และมีผลบังคับใช้เมื่อ  วันที่ 27 พฤษภาคม 2543
เพื่อให้มี   มาตรการคุ้มครองและส่งเสริมให้เอกชน  ชุมชนและองค์กรเอกชนตระหนัก ถึงคุณค่าของภูมิปัญญา
การแพทย์แผนไทยและสมุนไพร  และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์  พัฒนา  และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน
 

การคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร


1. การคุ้มครองตำรับยาแผนไทย และตำราการแพทย์แผนไทย   มีการคุ้มครอง 3 ระดับ คือ

    1.1 ตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ
            คือ ตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทย ที่มีประโยชน์หรือมีคุณค่าในทางการแพทย์หรือการสาธารณสุขเป็นพิเศษ
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดให้เป็น ตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ
            ดังนั้น หาก ผู้ใดประสงค์จะนำ ตำรับยาแผนไทยของชาติไป ขอขึ้นทะเบียนตำรับยาและขออนุญาตผลิตยา ตามกฎหมาย
ว่าด้วยยา หรือ นำไปทำการศึกษาวิจัยเพื่อปรับปรุงหรือพัฒนาเป็นตำรับยาใหม่  เพื่อประโยชน์ในทางการค้า  หรือประสงค์จะทำ
การศึกษาวิจัย ตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ เพื่อปรับปรุงหรือพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยขึ้นใหม่ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์
ในทางการค้า

              ผู้นั้นจะต้องยื่นคำขอรับอนุญาตใช้ประโยชน์ และชำระค่าธรรมเนียมรวมทั้งค่าตอบแทนสำหรับการใช้ประโยชน์ดังกล่าว
ต่อผู้อนุญาต

1.2 ตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทยทั่วไป
     คือ ตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทย ที่มีการใช้ประโยชน์กัน
อย่างแพร่หลาย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศ กำหนดให้
เป็นตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทยทั่วไป

1.3 ตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทยส่วนบุคคล

     บุคคลที่มีสัญชาติไทย และมีคุณสมบัติเป็นผู้คิดค้น หรือผู้ปรับปรุงหรือ
พัฒนาหรือ ผู้สืบทอด ตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทย
        
        
 
       บุคคลผู้นั้น มีสิทธินำตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทยของตน มาขอจดทะเบียนสิทธิ เป็นผู้ทรงสิทธิได้ และผู้ทรง
สิทธิเท่านั้น มีสิทธิในการผลิตยาและใช้ศึกษาวิจัย  จำหน่าย  ปรับปรุงหรือพัฒนา  ตำรับยาแผนไทยหรือภูมิปัญญาในตำราการแพทย์
แผนไทยที่ได้จดทะเบียนไว้ และอนุญาตให้บุคคลใช้สิทธิของตนได้
             
สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยของผู้ทรงสิทธิ มีอายุตลอดอายุของผู้ทรงสิทธิและมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลา 50 ปี
นับแต่วันที่ผู้ทรงสิทธิถึงแก่ความตาย
            
             ปัจจุบัน กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ทำหน้าที่รวมรวบข้อมูล ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
เกี่ยวกับตำรับยาแผนไทย และตำราการแพทย์แผนไทยทั่วราชอาณาจักร เพื่อจัดทำทะเบียน ตามพระราชบัญญัติฯ กำหนด ซึ่งจะเป็น
ประโยชน์ ดังนี้
              1. เป็นหลักฐานอ้างอิงสำหรับประเทศไทย ในการคุ้มครองภูมิปัญญาฯ และเป็นฐานข้อมูลในการเฝ้าระวังและพิทักษ์สิทธิใน
ภูมิปัญญาฯ ทั้งในภายในประเทศและระดับสากล
             2. คัดเลือกภูมิปัญญาฯ ตามหลักเกณฑ์ เพื่อเสนอประกาศกำหนดเป็นตำรับยาแผนไทย หรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ หรือทั่วไป
             3. ปริวรรต/แปลความ/วิเคราะห์/ศึกษาวิจัยหรือพัฒนาตำรับยาแผนไทย หรือตำราการแพทย์แผนไทย  เพื่อการนำไปใช้
ประโยชน์อย่าง เหมาะสม และเป็นธรรม
             4. คัดเลือกภูมิปัญญาฯ เพื่อนำไปใช้พึ่งตนเองด้านสุขภาพในระดับชุมชน
2. การคุ้มครองสมุนไพร
      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สามารถออกประกาศ กระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้สมุนไพร ที่มีค่าต่อการศึกษาหรือวิจัย
หรือมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ  หรืออาจจะสูญพันธุ์  เป็นสมุนไพรควบคุม    ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศกระทรวง
สาธารณสุขเรื่อง สมุนไพร ควบคุม (กวาวเครือ) พ.ศ.2549 ซึ่งกำหนดให้
       1) ผู้ครอบครอง  ใช้ประโยชน์  ดูแล เก็บรักษาหรือขนย้ายกวาวเครือที่มีแหล่งที่มาจาก  ธรรมชาติหรือการปลูกเกินกว่าจำนวน
หรือปริมาณ   ที่ประกาศกำหนด  ต้องแจ้งจำนวนและปริมาณแก่ นายทะเบียน ณ สำนักงานนายทะเบียนกลาง  (กรมพัฒนาการแพทย์
แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก) หรือสำนักงานนายทะเบียนจังหวัด (สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด)  ในเขตท้องที่  ภายใน  60 วัน
นับแต่วันที่ 11 มกราคม 2549
       2) ผู้ปลูกกวาวเครือ เพื่อการศึกษาวิจัยหรือส่งออก การจำหน่ายหรือแปรรูปเพื่อการค้า ต้องแจ้งสถานที่ปลูก ปริมาณ และวันที่
ปลูกแก่นายทะเบียนขณะนี้   กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ  อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาวิจัยข้อมูลสมุนไพร  4  ชนิด   ได้แก่ 
กำแพงเจ็ดชั้น  ดองดึง ขมิ้นเครือ เปล้าเลือด เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาประกาศฯ เป็นสมุนไพรควบคุม

3. การคุ้มครองสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพร มีมาตรการดำเนินการในพื้นที่ 3 ประเภท ดังนี้  

 
3.1 พื้นที่เขตอนุรักษ์

         เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพร ในพื้นที่เขต
อนุรักษ์ที่มีระบบนิเวศตามธรรมชาติ หรือมีความ  หลากหลายทางชีวภาพ หรืออาจได้รับผลกระทบ
กระเทือนจากการกระทำของมนุษย์ได้โดยง่าย คณะรัฐมนตรีสามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบ
แผนปฏิบัติการ เรียกว่า “ แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพร ” ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
จัดทำและเสนอให้พิจารณา
        แผนฯดังกล่าว  ทำให้เกิดความร่วมมือและประสานงานกันของส่วนราชการ  และชุมชนที่
เกี่ยวข้องในอันที่จะรักษาสภาพธรรมชาติ ระบบนิเวศตามธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ
และคุณค่าของ สมุนไพรในพื้นที่บริเวณนั้น
              

          ปัจจุบัน คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ ภูผากูด จังหวัดมุกดาหาร
พ.ศ.2551-2553 (แผนระยะสั้น) แล้ว เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2551    

    3.2 พื้นที่นอกเขตอนุรักษ์

          พื้นที่นอกเขตอนุรักษ์  ที่มีระบบนิเวศตามธรรมชาติ    หรือมีความหลากหลายทางชีวภาพที่อาจถูกทำลาย   หรืออาจได้รับ
ผลกระทบ   กระเทือนจากการกระทำของมนุษย์ได้โดยง่าย    หรือมีการเข้าไปใช้ประโยชน์จากสมุนไพรอันมีลักษณะเป็นการเสี่ยงต่อ
การสูญพันธุ์  หรือมีการลดลงของพันธุกรรม หรือ ทางราชการมีวัตถุประสงค์จะส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการบริหาร
การพัฒนา และการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรในพื้นที่นั้น
          สามารถกำหนดให้พื้นที่นั้นเป็น เขตพื้นที่คุ้มครองสมุนไพร เพื่อประโยชน์ในการร่วมมือและประสานงาน ให้เกิด ประสิทธิภาพ
ในการจัดการ บริหารพื้นที่คุ้มครองสมุนไพร หรือใช้ประโยชน์จากสมุนไพร
    3.3 ที่ดินของเอกชน
            เพื่อสนับสนุนให้เอกชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครอง ส่งเสริมและพัฒนาสมุนไพร เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินที่เป็นถิ่นกำเนิด
ของสมุนไพร หรือที่ดินที่จะใช้ปลูกสมุนไพร สามารถนำที่ดินนั้นไปขอขึ้นทะเบียนต่อนายทะเบียน   เพื่อขอรับความช่วยเหลือหรือขอรับ
การสนับสนุนต่อไป