คำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กวาวเครือ) พ.ศ. 2549

การครอบครอง
1. หากพบว่ามีการครอบครองกวาวเครือเกินกว่าจำนวนหรือปริมาณที่ประกาศกำหนดต้องทำอย่างไร
    ตอบ ต้องมาแจ้งการครอบครองกวาวเครือต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานนายทะเบียนท้องที่นั้นๆ เช่น มีกวาวเครือ
              ครอบครองเกินกำหนดในประกาศฯ อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดมุกดาหาร ต้องยื่นแจ้ง ณ สำนักงานสาธารณสุข
              จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นสำนักงานนายทะบียนจังหวัดในท้องที่ โดยให้กรอกข้อมูลในแบบแจ้งการครอบครอง
              (แบบภ.ท.3) และแนบหลักฐานตามกำหนด

2. การกำหนดให้แจ้งการครอบครองนั้น ทำไมไม่ห้ามการครอบครองเลย
    ตอบ
เจตนารมณ์ของกฎหมายให้มีการครอบครองได้ เพียงแต่ถ้ามีปริมาณเกินกว่าที่ประกาศกำหนดจึงต้องแจ้ง
              การครอบครองเพื่อทำให้ทราบสถานการณ์ในปัจจุบันของสมุนไพรควบคุม

3. การบดกวาวเครือเป็นผงเพื่อส่งออกต้องแจ้งหรือไม่
    ตอบ
ถือเป็นการครอบครอง กวาวเครือชนิดแห้ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม
              (กวาวเครือ) พ.ศ.2549 ซึ่งบุคคลใดมีกวาวเครือไว้ในความครอบครองเกินกว่ากำหนดต้องแจ้ง
              การครอบครองต่อนายทะเบียน ส่วนกรณีการส่งออกนั้นตามประกาศฉบับนี้ไม่ได้ใช้ควบคุมการส่งออก  

4. การครอบครองต้องแจ้งกี่ครั้งต่อปี
    ตอบ
แจ้งเพียง 1 ครั้งเท่านั้น หลังจากนั้นให้จัดทำบัญชีแสดงรายละเอียดแล้วนำมาแสดงภายใน 60 วันหลัง
              จากวันสิ้นปีปฏิทิน


การกรอกแบบฟอร์ม

1. แบบฟอร์มการแจ้งกำหนดโดยอาศัยหลักเกณฑ์ใด
    ตอบ
เป็นแบบฟอร์มที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

2. หากรับซื้อกวาวเครือมาจากหลายแหล่ง จะระบุแหล่งที่มาจากไหน หรือ กรณีที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
    ว่ามาจากธรรมชาติหรือมาจากการเพาะปลูก จะกรอกข้อมูลในแบบแจ้งอย่างไร
    ตอบ
ต้องระบุแหล่งที่มาทุกแห่ง หากไม่ทราบว่ามีแหล่งที่มาจากที่ใด ให้ระบุว่ารับซื้อมาจากผู้ใด สถานที่ใด
              และเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้(ถ้ามี)

3. ที่อยู่ตามแบบแจ้งเป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้านหรือที่อยู่ปัจจุบัน
    ตอบ
ให้กรอกที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ เพื่อความสะดวกในการติดต่อ

4. ในกรณีที่มีสถานที่ที่ได้กวาวเครือมามากกว่าหนึ่งแห่ง จะกรอกรายละเอียดอย่างไร
    ตอบ
ให้กรอกรายละเอียดสถานที่ที่ได้มาทุกแห่งในแบบต่อท้าย

5. การแจ้งการปลูกกวาวเครือจะระบุจำนวนพื้นที่และจำนวนต้นอย่างไร
    ตอบ
ให้ระบุจำนวนโดยประมาณการให้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด

6. บัญชีแสดงรายละเอียดจำนวนหรือปริมาณการครอบครอง การใช้ประโยชน์ การดูแล การเก็บรักษา
    หรือการขนย้ายกวาวเครือ (ภ.ท.5)ที่ต้องยื่นต่อนายทะเบียนภายใน 60 วันนับแต่วันสิ้นปี จะต้อง
    กรอกอย่างไร
    ตอบ
กรณีที่มีกวาวเครือหลายประเภท เช่นมีกวาวเครือขาว กวาวเครือแดง และกวาวเครือดำ ให้กรอกใน
               แบบภ.ท.5 ประเภทละ 1 แผ่น โดยระบุการเปลี่ยนแปลงปริมาณของกวาวเครือชนิดนั้นๆ

7. กรณีที่มีสถานที่ที่มีกวาวเครือในครอบครอง ใช้ประโยชน์ ดูแล เก็บรักษาหลายแห่ง จะกรอกอย่างไร
    ตอบ
ให้กรอกบัญชีแสดงรายละเอียด(ภ.ท.5) หนึ่งใบต่อหนึ่งสถานที่ ตามจำนวนสถานที่ที่มีกวาวเครือ


การปลูก

1. ถ้าปลูกที่สถานีอนามัยเป็นศูนย์สาธิต 1-2 ต้น หรือปลูกเองทิ้งไว้ 2-3 ต้น ต้องแจ้งหรือไม่
    ตอบ
ไม่จำเป็นต้องแจ้ง เนื่องจากการแจ้งการปลูกที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิจัย หรือส่งออก หรือจำหน่าย
              หรือแปรรูปเพื่อการค้า ไม่จำเป็นต้องแจ้งการปลูก แต่จะแจ้งก็ได้เพื่อเป็นข้อมูลและภายหลังอาจมีการเพิ่ม
              ปริมาณและนำไปใช้ประโยชน์ที่เข้าข่ายต้องแจ้ง

2. การปลูก ต้องแบ่งปันผลประโยชน์กับใครบ้าง
    ตอบ
1) การปลูกกวาวเครือเพื่อนำมาศึกษาวิจัย ซึ่งปลูกในที่สาธารณประโยชน์ต้องมีการแบ่งปันผลประโยชน์ให้
                  กับชุมชนที่เป็นผู้ดูแลที่สาธารณประโยชน์นั้น หากปลูกในพื้นที่ส่วนตัวไม่ต้องแบ่งปันผลประโยชน์
              2) ถ้าไม่ได้ปลูกเพื่อศึกษาวิจัยไม่ต้องมีการแบ่งปันผลประโยชน์


การส่งออก

1. ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กวาวเครือ) พ.ศ. 2549 สามารถควบคุม
    การส่งออกได้หรือไม่

    ตอบ
ตามประกาศฉบับนี้ไม่ได้ใช้ควบคุมการส่งออก แต่หากมีการส่งออกต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับอื่นที่เกี่ยวข้อง
             ได้แก่ พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ซึ่งได้ประกาศให้กวาวเครือและทองเครือทุกสายพันธุ์เป็นพืชสงวน
             โดยมีข้อยกเว้นสำหรับกวาวเครือและทองเครือที่ผ่านกระบวนการและไม่สามารถใช้เป็นส่วนขยายพันธุ์ได้

                    พืชสงวนไม่สามารถส่งออกได้ เว้นแต่ได้รับหนังสืออนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
              และเฉพาะเพื่อประโยชน์ในทางการทดลอง หรือวิจัยในทางวิชาการเท่านั้น

โทษ
1 . หากไม่ปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้จะมีบทลงโทษอย่างไรบ้าง
     ตอบ
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ผู้ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 51
               อาจมีโทษตามมาตรา 79 คือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่
1. ในกรณีที่ผู้แจ้งยื่นเอกสารไม่ครบ เจ้าหน้าที่จะต้องทำอย่างไร
     ตอบ
1) ให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้ แต่ยังไม่ลงเลขรับแจ้ง และให้ชี้แจงเพื่อให้ผู้แจ้งนำเอกสารที่ขาดมายื่นเพื่อ
                    ดำเนินการต่อไปภายหลัง หรือ
               2) ให้เจ้าหน้าที่ปฏิเสธไม่รับ และชี้แจงให้ผู้แจ้งทราบถึงเอกสารที่ยังไม่ครบ เพื่อให้มาดำเนินการในภายหลัง

2. ใบรับแจ้งที่นายทะเบียนออกให้ ถ้าผู้แจ้งมีความประสงค์ให้จัดส่งทางไปรษณีย์จะทำได้หรือไม่
     ตอบ
กรณีที่ผู้แจ้งมีความประสงค์ที่จะขอรับใบรับแจ้งทางไปรษณีย์ ให้ผู้แจ้งนำซองขนาด A 4 ติดแสตมป์ จ่าหน้าซอง
               ถึงตัวผู้แจ้ง และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ในวันที่มาแจ้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดส่งใบรับแจ้งทางไปรษณีย์

กรณีที่เกี่ยวข้องกับกฏหมายอื่น
1. หากมีการนำกวาวเครือออกจากเขตอุทยานแห่งชาติมายื่นแจ้ง จะทำอย่างไร
    ตอบ
ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบถือว่าผู้นั้นมีความผิดตามกฎหมายของกรมป่าไม้ ซึ่งห้ามนำพืชออกจากอุทยานแห่งชาติ
             หากไม่ทราบว่ามีการลักลอบถือว่าการรับแจ้งของเจ้าหน้าที่เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่

2. ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ต้องขออนุญาตนำกวาวเครือออกมาหรือไม่
    ตอบ
ตามพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ไม่สามารถนำกวาวเครือออกมาได้

3. กวาวเครือที่นำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์แล้ว เช่น อยู่ในตำรับยา ควบคุมหรือไม่ และ ต้องแจ้งหรือไม่
    ตอบ
ไม่ควบคุม เนื่องจากมีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาควบคุมแล้วตอนมาขอขึ้นทะเบียนยา
              และไม่ต้องแจ้งการครอบครอง


อื่นๆ

1. สามารถพิสูจน์ได้อย่างไรว่าเป็นกวาวเครือ
    ตอบ
สำนักงานนายทะเบียนเป็นฝ่ายพิสูจน์ โดยส่งไปที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งสามารถตรวจสอบด้วยวิธี
              DNA –Finger-print ได้

2. คนขุดหรือคนนำกวาวเครือไปครอบครองที่ต้องปลูกทดแทน และมีการกำหนดการปลูกทดแทนไว้อย่างไร
    ตอบ คนขุดเป็นคนปลูกทดแทน ส่วนผู้ครอบครองเกินจำนวนหรือปริมาณที่ประกาศกำหนดต้องแจ้งการครอบครอง
              การคำนวณพื้นที่การปลูกทดแทนให้ปลูกเท่าเนื้อที่ที่ขุด

3. กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกอำนวยความสะดวกให้การวิจัยสมุนไพรควบคุมหรือไม่
    ตอบ มีคณะกรรมการพิจารณาการศึกษาวิจัยในคนด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่จะทบทวนและ
              พิจารณาโครงการวิจัยให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและหลักจริยธรรมในการวิจัย