การประชุมคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูปัญญาการแพทย์แผนไทย ครั้งที่ 3/2552


           เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2552 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมตรีผลา ชั้นใต้ดิน  อาคารพิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมด้าน
การแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยสำนักคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและ
สมุนไพร ได้ดำเนินการจัดการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูปัญญาการแพทย์แผนไทย ครั้งที่ 3/2522 

ประธาน  น.พ.ทนงสรรค์  สุธาธรรม  รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
กลุ่มเป้าหมาย  ได้แก่ คณกรรมการฯ จำนวน  21 คน

วัตถุประสงค์ เพื่อ
         1. ติดตามผลการดำเนินงานที่ผ่านมา
         2. พิจารณา (ร่าง) แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ ๔ พื้นที่
         3. พิจารณา (ร่าง) สรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ชุดปัจจุบัน
            ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๓)

ผลที่ได้รับ
         1. ติดตามผลการใช้จ่ายเงินกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามโครงการต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณปี
2551-2552
         2. คณะกรรมการฯ ให้ความเห็นชอบในหลักการ
            2.1 (ร่าง) แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ 4 แห่ง (ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลพบุรี อุบลราชธานี
และนครราชสีมา) โดย (ร่าง) แผนฯ ดังกล่าวประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 กรอบการจัดทำแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพร
ส่วนที่ 2 แผนฯ ระดับพื้นที่  คณะกรรมการฯ ได้เสนอแนะให้เพิ่มกิจกรรมการเสริมสร้างบทบาทของหมอพื้นบ้าน/นักพฤกษศาสตร์
พื้นบ้าน เพื่อการอนุรักษ์สมุนไพรและใช้ประโยชน์จากสมุนไพรอย่างยั่งยืน
            ฝ่ายเลขานุการ จะได้นำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะรัฐมนตรี      พิจารณาให้ความเห็นชอบ
ตามขั้นตอน ต่อไป
            2.2 (ร่าง) สรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ปี 2551-2552
         ประกอบด้วย ส่วนที่ 4 องค์ประกอบคณะกรรมการฯ และอำนาจหน้าที่ ส่วนที่ 2 ผลงานของคณะกรรมการฯ ส่วนที่ 3 สาระ
สำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองภูมิปัญญฯ  ส่วนที่ 4 ผลการดำเนินงานคุ้มครองภูมิปัญญาฯ และส่วนที่ 5 ผลงานของคณะอนุกรรมการ
ในคณะกรรมการฯ
        คณะกรรมการฯ ได้เสนอแนะให้เพิ่มเติมเนื้อหาเกี่ยวกับผลงานของกองทุนภูมิปัญญาฯ ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะรวม
ทั้งแผนงานสำคัญที่จะผลักดันในอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ในระยะต่อไป