การประชุมคณะทำงานพิจารณาและจัดทำหลักเกณฑ์แนวทางการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์
จากตำรับยาหรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๐
วันจันทร์ที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๐  เวลา ๐๙.๓๐ น. ณ ห้องประชุม ๒ อาคาร ๑ ชั้น ๒ กรมการแพทย์
แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก


-------------------------------------------


ประธานการประชุม นายแพทย์ปราโมทย์  เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

มีวัตถุประสงค์

เพื่อ
 

๑. รับทราบ
    ๑.๑ คำสั่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่ ๑๕๕/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๐ เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาและจัดทำหลักเกณฑ์แนวทางการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากตำรับยาหรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ
    ๑.๒ กฎกระทรวงตามมาตรา ๑๙ ของพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.๒๕๔๒
๒. พิจารณา
    ๒.๑ (ร่าง) หลักเกณฑ์การเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากตำรับยาหรือตำราการแพทย์
แผนไทยของชาติ
    ๒.๒ (ร่าง) แนวทางการคิดอัตราร้อยละ 3 ของผลประโยชน์ที่ไม่ใช่ตัวเงิน
    ๒.๓ (ร่าง) ข้อเสนอเชิงนโยบายว่าด้วยการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากตำรับยาหรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ

ผลที่ได้รับ

๑. คณะทำงานฯ รับทราบ
    ๑.๑ คำสั่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่ ๑๕๕/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๐ เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาและจัดทำหลักเกณฑ์แนวทางการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากตำรับยาหรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ
    ๑.๒ กฎกระทรวงตามมาตรา ๑๙ ของพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.๒๕๔๒
๒. พิจารณาและให้ความเห็นชอบ
    ๒.๑ (ร่าง) หลักเกณฑ์การเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากตำรับยาหรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ โดยควรมีมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนให้เป็นรูปธรรม และ
    ๒.๒ (ร่าง) แนวทางการคิดอัตราร้อยละ 3 ของผลประโยชน์ที่ไม่ใช่ตัวเงิน โดยในทางปฏิบัติการคิดอัตราร้อยละ ๓ ของประโยชน์ที่ไม่ใช่ตัวเงินทำได้ยาก และควรจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะภาคเอกชนเพื่อรับฟังผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้
     ๒.๓ (ร่าง) ข้อเสนอเชิงนโยบายว่าด้วยการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากตำรับยาหรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ โดยเมื่อพิจารณา (ร่าง) ข้อเสนอเชิงนโยบายฉบับนี้ สามารถกำหนดได้ ๓ ประเด็น คือ
๑) การแก้ไขกฎหมายหรือเพิ่มเติมกฎหมายให้มีความสมบูรณ์ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
๒) นำกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องมาใช้ประโยชน์
๓) เพิ่มบทบาทขององค์กร เพื่อให้ได้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และควรกล่าวเน้นเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวกับด้านการแบ่งปันผลประโยชน์เท่านั้น และควรร้อยเรียงข้อมูลใหม่ให้มีขอบเขตที่ชัดเจนไม่ควรกล่าวอย่างกว้างจนเกินไป มีหลายส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง ควรเน้นเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเท่านั้น