สรุปสาระสำคัญการประชุมคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์และนิทรรศการ
ในการจัดงานสัปดาห์วันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ
และพระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย เพื่อการคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๙  เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น.
ณ ห้องประชุม ๒ อาคาร ๑ ชั้น ๒ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

-------------------------------------------


ประธานการประชุม

นายแพทย์ปราโมทย์  เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ผู้เข้าร่วมประชุม

คณะทำงานฯ และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน ๒๖ คน
 
 

๑. ความเป็นมา/ความสำคัญ
           ๑. กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กำหนดให้มีการจัดงานวันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ และพิธีถวายราชสดุดีพระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทยมาแล้วหนึ่งครั้งในปี ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นครั้งแรกโดยการจัดร่วมกับงานวันครบรอบสถาปนากรมฯ ณ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกโดยจัดภายในกรมฯ ซึ่งเป็นการจัดที่ยังไม่ทั่วถึงให้ประชาชนรับทราบข้อมูลเท่าที่ควร
          ๒. ในปี ๒๕๕๙ ได้กำหนดจัดงาน ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ในระหว่างวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๙ – ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ (กำหนดจัดงาน ๙ วัน ๙ คืน) ซึ่งในแต่ละวันให้มีการเริ่มจัดงาน เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๘.๓๐ น. โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้กราบทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด “สัปดาห์วันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ และพระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย”
          ๓. จุดประสงค์ของการจัดประชุมคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์และนิทรรศการเพื่อแจ้งบทบาทอำนาจหน้าที่ของคณะทำงานฯ ในการกำหนดแนวทาง และรูปแบบการจัดงานด้านการประชาสัมพันธ์ และนิทรรศการ กำหนดประเด็นเนื้อหาสาระด้านการประชาสัมพันธ์และนิทรรศการของการจัดงาน เสนอแนะ และให้ข้อคิดเห็นในการจัดงานด้านการประชาสัมพันธ์และนิทรรศการ เมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงานจะต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อการจัดงานสัปดาห์วันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติฯ รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

     
 

๒. กิจกรรมภายในงาน “สัปดาห์วันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ และ
    พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย”

          การจัดงานสัปดาห์วันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติฯ ภายในงานได้กำหนดให้มีกิจกรรม ประกอบด้วย
          ๒.๑ การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย” มีการแสดงพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจโดยพระปรีชาสามารถทั้ง ๙๐ ด้านที่มีความสำคัญ ตลอดทั้ง ๙ วัน
          ๒.๒ การจัดเวทีทางวิชาการ ในรูปแบบการเสวนานั่งเล่น เล่าสู่กันฟัง ในหัวข้อ “ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยกับการใช้ประโยชน์ในด้านสุขภาพ และเศรษฐกิจของชาติ”
          ๒.๓ การฝึกอบรมวิชาชีพเกี่ยวกับภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร เช่น การนวดไทย
อัตลักษณ์ไทย สู่มรดกโลก, การอบรมระยะสั้น สร้างอาชีพและธุรกิจ SMEs / OTOP โดยการทำยาหม่องสมุนไพร การทำลูกประคบสมุนไพร การทำอาหารเพื่อสุขภาพ และการบริหารร่างกายด้วยท่าฤๅษีดัดตน เป็นต้น
          ๒.๔ การออกบูธจำหน่ายสินค้า และผลิตภัณฑ์สุขภาพ OTOP การจัดตลาดนัดหรือตลาดย้อนยุคแบบไทย จำหน่ายสินค้าที่มีความโดดเด่นในความเป็นไทย เช่น ขนมไทยโบราณ ของเล่น และของที่ระลึกโบราณ
          ๒.๕ กิจกรรมดึงดูดความสนใจเพื่อมีกลุ่มเป้าหมายมาเยี่ยมชมงานจำนวนมาก เช่น การแจกต้นกล้าพันธุ์ไม้สมุนไพร กิจกรรมทอดผ้าป่าสมุนไพร และกิจกรรม Really ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

 

๓. การกำหนดประเด็นเนื้อหาสาระ แนวทาง และรูปแบบการจัดงานด้านการประชาสัมพันธ์และ
    นิทรรศการ

          ๓.๑ การจัดงานสัปดาห์วันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ และพระบิดาแห่งการแพทย์
แผนไทย โดยคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์และนิทรรศการได้มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประเด็นเนื้อสาระ ซึ่งได้ มีการกำหนด Theme งาน เพื่อเป็นหัวใจสำคัญของการกำหนดรูปแบบงานอื่น ๆ โดยมติที่ประชุมคณะทำงานฯ สรุปให้มี Theme งาน ภายใต้หัวข้อ “เทิดไท้องค์พระบิดา รักษ์ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย เศรษฐกิจก้าวไกลยั่งยืน”
          ๓.๒ คณะทำงานฯ ได้เสนอให้มีการประชาสัมพันธ์โดยมีตัว Mascot งาน เพื่อสร้างความดึงดูดภายในงาน ทั้งนี้จะต้องดูความเหมาะสมของตัว Mascot เพิ่มรูปฤๅษีดัดตน, แม่ซื้อ (เทวดาคุ้มครองเด็ก) ทั้ง ๗ วัน, มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย ฯลฯ โดยจะไม่ไปกระทบต่อความเชื่อส่วนบุคคล โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ ในฐานะเลขานุการคณะทำงานจะรับเรื่องไปเสนอผู้บริหารของกรมฯ เพื่อหารือความเหมาะสมดังกล่าว ทั้งนี้กรมฯ มีตัว Mascot ที่เคยนำไปออกงานเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย คือ ตัว ดิน น้ำ ลม ไฟ อาจนำไปใช้เป็นตัวดึงดูดผู้เข้าเยี่ยมชมงานก็ได้
          ๓.๓ การจัดนิทรรศการนั้น เพื่อให้มีความเชื่อมโยงทั้งด้านเนื้อหาสาระ และสถานที่ โดยกำหนดให้เรียงร้อยเป็นเรื่องราวด้านงานวิชาการโดยจะมีความโดเด่น เช่น การจัดแสดงฤๅษีดัดตน การดูแลมารดาหลังคลอด การนวดเพื่อการรักษา ฯลฯ รวมทั้งการจัดนิทรรศการแบบมีชีวิต โดยให้มีการสาธิตการดูแล รักษา ส่งเสริม ป้องกันสุขภาพ รวมถึงการให้บริการด้านการแพทย์แผนไทยแก่ผู้เข้าร่วมงาน
          ๓.๔ การถ่ายทอดสดพิธีเปิดงาน โดยจะต้องประสานไปยังกองราชเลขานุการในพระองค์ สำนักพระราชวังเพื่อขอพระราชทานอนุญาตถ่ายทอดสด รวมทั้งการประสานเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเพื่อให้มีการเตรียมความพร้อมในการถ่ายทอดสด และบรรยายประกอบการเสด็จเปิดงาน
          ๓.๕ ช่องทางการประชาสัมพันธ์การจัดงาน ซึ่งการประชาสัมพันธ์นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในการเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลการจัดงาน โดยเบื้องต้นมูลนิธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีความยินดีในการช่วยประชาสัมพันธ์การจัดงานผ่านสื่อสาธารณะ โดยการถ่ายทอดสดออกอากาศเพื่อการกุศล ทั้งนี้คณะทำงานฯ ยังได้มีข้อเสนอให้มีการประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทาง เช่น การประชาสัมพันธ์ผ่าน Face book, Line นับว่าเป็นช่องทางที่กลุ่มคนทุกเพศ ทุกวัยสามารถเข้าถึง และเป็นการประชาสัมพันธ์ที่ลงทุนน้อย และได้ประโยชน์มาก
          ๓.๖ การจัดทำสารคดีเกี่ยวกับพระราชพระวัติ พระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งด้านการแพทย์แผนไทย ซึ่งสำคัญ และจำเป็นอาจติดต่อสื่อมืออาชีพร่วมดำเนินการ เช่น Thai PBS เป็นต้น