สรุปสาระสำคัญ
การประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองสมุนไพร ครั้งที่ ๑/๒๕๕๙
วันจันทร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙ เวลา ๐๙.๓๐  น. 
ณ ห้องประชุม ๒ อาคาร ๑ ชั้น ๒ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 

-------------------------------------------


ประธานการประชุม

นายแพทย์ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ ์รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ผู้เข้าร่วมประชุม

คณะอนุกรรมการฯ และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน ๒๕ คน
วัตถุประสงค์ เพื่อ
 

๑. รับทราบ
          ๑.๑ ผลการดำเนินการศึกษาเชิงลึกและประเมินค่าสมุนไพรที่ได้รับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ นำไปสู่การพิจารณาประกาศให้เป็นสมุนไพรควบคุม จำนวน ๔๖ รายการ
          ๑.๒ รายงานการแจ้งการครอบครองฯและการปลูกฯ สมุนไพรควบคุม (กวาวเครือ) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กวาวเครือ) พ.ศ.๒๕๔๙ สิ้นปีปฏิทินปี ๒๕๕๘
          ๑.๓ ฐานข้อมูลสมุนไพรของสำนักงานนายทะเบียนกลาง จำนวน ๑,๐๐๒ รายการ
๒. พิจารณา
          ๒.๑ ผลการศึกษาวิจัยสมุนไพร ๒๒ รายการ เพื่อประเมินคุณค่าและความสำคัญประกอบการพิจารณาในการประกาศให้เป็นสมุนไพรควบคุม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒
          ๒.๒ (ร่าง) หลักเกณฑ์เพื่อพิจารณาสมุนไพรที่สมควรประกาศเป็นสมุนไพรควบคุม
          ๒.๓ รายการสมุนไพรที่มีความสำคัญ ๓ กลุ่ม เพื่อพิจารณาคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และนำไปศึกษาเชิงลึกและประเมินค่าสมุนไพรให้เป็นสมุนไพรควบคุมตามมาตรา ๔๔

ผลที่ได้รับ
 

๑. คณะอนุกรรมการฯ รับทราบ
          ๑.๑ ผลการดำเนินการศึกษาเชิงลึกและประเมินค่าสมุนไพรที่ได้รับการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ นำไปสู่การพิจารณาประกาศให้เป็นสมุนไพรควบคุม จำนวน ๔๖ รายการ โดยสมุนไพรบางชนิดยังไม่สมควรประกาศคุ้มครองให้เป็นสมุนไพรควบคุม ซึ่งควรตั้งคณะทำงานฯ มาตรวจสอบรายการสมุนไพร ก่อนนำเข้าคณะอนุกรรมการคุ้มครองสมุนไพรพิจารณาอีกครั้ง
          ๑.๒ รายงานการแจ้งการครอบครองฯและการปลูกฯ สมุนไพรควบคุม (กวาวเครือ) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กวาวเครือ) พ.ศ.๒๕๔๙ สิ้นปีปฏิทินปี ๒๕๕๘
          ๑.๓ ฐานข้อมูลสมุนไพรของสำนักงานนายทะเบียนกลาง จำนวน ๑,๐๐๒ รายการ ควรทำเป็นฐานข้อมูลที่สามารถให้บุคคลทั่วไปสามารถสืบค้นเป็นข้อมูลอ้างอิงทางสมุนไพรได้ และควรทำในรูปแบบมีภาษาอังกฤษประกอบด้วย
๒. พิจารณาและให้ความเห็นชอบในหลักการ
          ๒.๑ ผลการศึกษาวิจัยสมุนไพร ๒๒ รายการ เพื่อประเมินคุณค่าและความสำคัญประกอบการพิจารณาในการประกาศให้เป็นสมุนไพรควบคุม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้เลือกสมุนไพรจากหลักเกณฑ์แนวทาง ๓ อย่าง คือ ๑) สมุนไพรที่ใกล้สูญพันธุ์
๒) สมุนไพรที่มีการใช้ในตำรับ/ตำราการแพทย์แผนไทยเป็นจำนวนมาก ๓) สมุนไพรที่ปลูกยาก จึงได้เลือกสมุนไพรที่สมควรประกาศคุ้มครอง ๖ รายการ ได้แก่ ถั่วดินโคก เทพทาโร มะตูมนิ่ม มะหาด หัวร้อยรู เร่ว
          ๒.๒ (ร่าง) หลักเกณฑ์เพื่อพิจารณาสมุนไพรที่สมควรประกาศเป็นสมุนไพรควบคุม การตรวจสอบปริมาณสมุนไพรที่มีความต้องการของตลาดโดยมีการนำเข้าทางการตลาดตั้งแต่ร้อยละ ๕๐ ขึ้นไป ของสัดส่วนการใช้ประโยชน์ทั้งหมดตรวจสอบได้ยาก จึงควรตัดคำว่า “ตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป ของสัดส่วนการผลิตทั้งหมด” ออก เหลือเพียง “เป็นสมุนไพรที่มีความต้องการโดยมีปริมาณการส่งออกหรือส่งขายในภูมิภาคอื่นและให้เป็นหลักเกณฑ์องค์ประกอบในรายการสมุนไพรของนายทะเบียนจังหวัด และเสนอ (ร่าง) หลักเกณฑ์ ให้คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยทราบ์
          ๒.๓ รายการสมุนไพรที่มีความสำคัญ ๓ กลุ่ม เพื่อพิจารณาคัดเลือกตามหลักเกณฑ์และนำไปศึกษาเชิงลึกและประเมินค่าสมุนไพรให้เป็นสมุนไพรควบคุมตามมาตรา ๔๔ สมุนไพรที่สมควรคัดเลือกนำมาศึกษาวิจัย มีจำนวน ๑๒ รายการ ได้แก่ กระทือ กำจัดต้น ตีนฮุ้งดอย นมนาง ผักหวานป่า เพกา มะกล่ำตาหนู มะกาย มะขามเครือ รงทอง โลดทะนงแดง และเห็นควรเพิ่มต้นว่านไก่น้อยเพราะเป็นเฟิร์นหาได้ยาก อาจใกล้สูญพันธุ์ได้ และพืชบางต้นควรเปลี่ยนสถานภาพของสมุนไพรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
         ๒.๔ (ร่าง) ประกาศกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เรื่อง การคุ้มครองสมุนไพรที่มีค่าต่อการศึกษาหรือวิจัย สมุนไพรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สมุนไพรที่อาจจะสูญพันธ์ หรือสมุนไพรที่มีศักยภาพ  ให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาเมื่อคราวประชุมคณะอนุกรรมการคุ้มครองสมุนไพร ครั้งที่
๒/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๗ ให้นำวาระเพื่อพิจารณานี้ มานำเสนอในคราวประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งถัดไป เพราะเห็นว่า เป็นประโยชน์ในการจัดทำทะเบียนรายการสมุนไพรที่สมควรประกาศคุ้มครอง

         
              

 

๓. เรื่องอื่นๆ
         ๓.๑ การจัดพิมพ์หนังสือสมุนไพรอาจจะสูญพันธุ์ ที่ได้รับการศึกษาวิจัยเชิงลึก ๒๒ รายการ ปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ควรจัดทำใน ๒ รูปแบบ คือ ๑) รูปแบบนำเสนอเผยแพร่ต่อประชาชนทั่วไป ให้ทำเป็นหนังสือเล่มเล็ก ๑ เล่ม ภายในบรรจุสมุนไพร ๒๒ รายการ โดยสรุปสาระสำคัญให้เป็นความรู้ทางวิชาการที่ประชาชนทั่วไปอ่านและเข้าใจง่าย ๒) รูปแบบนักวิชาการทั่วไปเข้ามาศึกษาหาความรู้เพื่อเป็นเอกสารอ้างอิงทางวิชาการ โดยควรจัดทำในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book)
         ๓.๒ ประธานได้เชิญชวนคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วมงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๓ ระหว่างวันที่ ๓๑ สิงหาคม – ๔ กันยายน  ๒๕๕๙ ณ Hall ๖-๘ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยจะเพิ่มกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเยาวชน มีบูธ young generation ให้เยาวชนนำเสนอผลงาน มีบูธที่เน้นความทันสมัย สมุนไพรที่เป็นของดีนำมาจัดแสดงและนำเสนอขั้นตอนการผลิต และบูธกลุ่มอาเซียน มีประเทศจีน และญี่ปุ่นร่วมด้วย โดยจะร่วมแสดงผลิตภัณฑ์สมุนไพร และจุดเด่นของงานมหกรามสมุนไพรครั้งนี้ จะเน้นสมุนไพรที่ใช้เป็นยาภายนอก

๓.๓ กำหนดนัดหมายการประชุมครั้งถัดไป ในวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๙ เวลา ๐๙.๓๐ น. ซึ่งจะได้ประสานนัดหมายต่อไป