บทสรุปผู้บริหาร
รายงานสาระสำคัญ
งานมหกรรมการแพทย์แผนไทย ปี ๒๕๕๙ เขต ๓ จังหวัดกำแพงเพช
ระหว่างวันที่ ๒ – ๔ มีนาคม ๒๕๕๙
ณ วัดพระบรมธาตุ อารามหลวง จังหวัดกำแพงเพชร

-------------------------------------------


ความเป็นมา

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มอบหมายภารกิจให้กองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการประสานและดำเนินการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทย ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ซึ่งในปีนี้กำหนดจัดงานเป็นระดับเขตสุขภาพ โดย เขต ๓ ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดกำแพงเพชร ได้ร่วมกันดำเนินการจัดงาน ซึ่งมีจังหวัดกำแพงเพชรเป็นเจ้าภาพและดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ระหว่างวันที่ ๒ - ๔ มีนาคม ๒๕๕๙ ณ วัดพระบรมธาตุ อารามหลวง จังหวัดกำแพงเพชร ภายใต้ชื่องาน “จุดเปลี่ยนสุขภาพคนไทย ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย” สรุปสาระสำคัญจากการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทย ปี ๒๕๕๙ เขต ๓ จังหวัดกำแพงเพชร พอสังเขป ดังนี้
       ๑. นายแพทย์ปราโมทย์  เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี นายนลิน  ตั้งประสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นผู้กล่าวต้อนรับ และนายแพทย์เพชรฤกษ์  แทนสวัสดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชรกล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน รวมถึงผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยคณะผู้บริหารกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เครือข่ายบุคลากรด้านการสาธารณสุข ด้านการแพทย์แผนไทย สื่อมวลชน นักวิชาการ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า แม่ค้า ประชาชนผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนประมาณ ๓,๒๕๐ คน
       ๒. สาระสำคัญจากการจัดงาน ประกอบด้วยกิจกรรมการจัดนิทรรศการการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือก จากเครือข่าย เขต ๓ ทั้ง ๕ จังหวัด การให้บริการด้วยการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือกการรักษาด้วยการนวดไทย สมุนไพรตามธาตุเจ้าเรือน ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำเร็จรูป การเผายาสมุนไพร การสุมยา การออกกำลังกายแบบ “ไตรเอ็กเซอร์ไซด์” การบ่งต้อด้วยหนามหวาย การครอบแก้ว กิจกรรมตอบปัญหาพาความรู้แพทย์แผนไทยสู่ชุมชน การเสวนากลุ่มแพทย์แผนไทยระดับเขตร่วมกับกรมฯ และกลุ่มลิตภัณฑ์สุขภาพ การสอนและสาธิตการตอกเส้น การคัดเลือกหมอไทยดีเด่น หมอพื้นบ้านดีเด่น จากเครือข่ายเขตสุขภาพ รวมถึงการจำหน่ายสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ เพื่อสุขภาพ รวมทั้งสิ้น ๓๘ บูธ
           ๒.๑ จุดเด่นของการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยปี ๒๕๕๙ เขต ๓ จังหวัดกำแพงเพชร เป็นการบูรณาการจัดงานกับภาคีเครือข่ายของจังหวัดร่วมจัดงานนอกเหนือจากฝ่ายสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว อาทิ สำนักงานจัดหางานจังหวัดกำแพงเพชร องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร และหน่วยงานภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ว่าราชการ/รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ให้ความสำคัญ และมีการนำเสนอความรู้ ตำรับยา และสาธิตการให้บริการรักษาเกี่ยวกับโรคเรื้อรังทั้ง ๔ โรคให้ประชาชนผู้เข้าร่วมงานได้รับรู้และเข้าใจสอดคล้องตามนโยบายท่านอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
 

          ๒.๒ การจัดนิทรรศการ
          เครือข่ายเขตสุขภาพร่วมจัดนิทรรศการจำนวน ๕ จังหวัด ร่วมกันจัดบริการตรวจรักษาด้วยแพทย์แผนไทย การรักษาด้วยการบ่งต้อด้วยหนามหวาย อาหารเป็นยา ตำรับยาแผนไทย ตำราการแพทย์แผนไทย องค์ความรู้และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน จำนวน ๑๑๘ เรื่อง จำแนกเป็น ๖ ประเภท ได้แก่
                    ๑) หมอพื้นบ้าน/ปราชญ์/ผู้รู้ จำนวน ๙ ราย โดยเป็นหมอนวดตอกเส้น หมอยาสมุนไพร หมอนวดย่ำขาง เป็นต้น
                    ๒) ภูมิปัญญาฯ/องค์ความรู้ จำนวน ๕๑ เรื่อง เช่น ยาหม่องเสลดพังพอน น้ำอบไทย ยาดมส้มมือ ชาเบญจเกสร ผงสมุนไพรขัดผิว น้ำมันไพล สเปรย์มะกรูด ก๊อซขมิ้นชัน ชาชงสมุนไพร น้ำมันว่าน คัมภีร์ใบลาน ตำรายาแผนไทยโบราณ หนังสือสมุดไทยดำ หนังสือสมุดไทยขาว เป็นต้น
                    ๓) ผักพื้นบ้าน/อาหารพื้นเมือง จำนวน ๘ รายการ เช่น เมนูแนะนำอาหารสำหรับผู้สูงอายุ แกงเลียงสมุนไพรพื้นบ้าน เมี่ยงคำสมุนไพร ชาสมุนไพรฝาง เป็นต้น
                    ๔) นวัตกรรม จำนวน ๘ รายการ เช่น นวัตกรรมพรมกะลามะพร้าวเหยียบคลายปวดเมื่อย นวัตกรรมเซียมซีสร้างสุข นวัตกรรมสุขภาพแก้วน้ำไอน้ำสมุนไพรลดอาการคัดจมูก นวัตกรรมสุขภาพรอกกะลามะพร้าว เป็นต้น 
                    ๕) สมุนไพรทั้งสดและแห้ง จำนวน ๔๑ ชนิด เช่น มะกรูด ขมิ้นชัน ฝางแดง เถาวัลย์เปรียง เมล็ดพริกไทยขาว เถาโคคลาน ว่านชักมดลูก ไพล พริก เป็นต้น
                    ๖) พิธีกรรม จำนวน ๑ รายการ เช่น พิธีไหว้ครูแพทย์แผนไทย
          ๒.๒ เวทีสัมมนาวิชาการ/นำเสนอผลงานวิจัย/กิจกรรมอบรม, สาธิต
                    ๑) การนำเสนอผลงานวิชาการ “การบ่งต้อด้วยหนามหวาย” โดยโรงพยาบาลปากอ่าง
                    ๒) การเสวนากลุ่มแพทย์แผนไทยระดับเขตร่วมกับกรมฯ และกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ
                    ๓) การสาธิตการทำพิมเสนน้ำ โดยโรงพยาบาลปางศิลาทอง
                    ๔) การสาธิตการเผายา โดยอำเภอโกสัมพีนคร
                    ๕) การสาธิตการตอกเส้น โดยโรงพยาบาลไทรงาม
                    ๖) การสาธิตการตั้งยาแผนไทยโบราณ เรื่อง “ประจุยาลงหม้อ”
                    ๗) การสาธิตการเตรียมเครื่องยาไทยก่อนใช้ปรุงยา (ประสะ-สะตุ-ฆ่าฤทธิ์) บรรยายโดยผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาเภสัชกรรมแผนไทยและคณะ
                    ๘) สาธิตการทำสมุนไพรสดพอกหน้า ลดฟ้า กระ บำรุงผิว โดยนางสาวรวิชา  พวงพันธุ์
                    ๙) การสาธิตกายบริหารฤๅษีดัดตน โดยแพทย์แผนไทยจังหวัดกำแพงเพชร
                    ๑๐) สาธิตการทำสมาธิบำบัด เทคนิค SKT ๑ - ๗ โดยนางสาวเจริญ  สีเขียว
          ๒.๓ การจัดนิทรรศการจำหน่ายสินค้า (OTOP) มีเครือข่ายเข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เวชสำอาง และยาสมุนไพร จำนวน ๑๙ บูธ ประกอบด้วย
                    ๑) ร้านข้าวไร้เบอร์รี
                    ๒) ร้านยาสมุนไพรน้ำมันอโนชา
                    ๓) ร้านขายผ้าบูติก
                    ๔) ร้านสบู่แฟนตาซี
                    ๕) ร้านยาสีฟันบุปผาวัน
                    ๖) ร้านวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
                    ๗) ร้านวิสาหกิจชุมชนบ้านเขาแหลม
                    ๘) ร้านข้าวแตนแม่ทิพย์
                    ๙) ร้านวิสาหกิจชุมชนข้าววิถีไทย
                    ๑๐) ร้านกลุ่มอาชีพแม่บ้าน บ้านไร่พัฒนา
                    ๑๑) ร้านฐิติมาสวนสมหมาย
                    ๑๒) ร้านกลุ่มแม่บ้านเกษตรบ้านสระไม้แดง
                    ๑๓) ร้านกลุ่มแปรรูปอาหารบ้านหอระฆัง
                    ๑๔) ร้านงานแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลบรรพตพิสัย
                    ๑๕) ร้านน้ำพริกนายพราน
                    ๑๖) ร้านข้าวขวัญประชา
                    ๑๗) ร้านสหกรณ์การเกษตรไทรงาม
                    ๑๘) ร้านข้าวเกรียบสมุนไพรใบหม่อน
                    ๑๙) ร้านหมี่กรอบป้าอร
โดยมีรายได้จากการซื้อขายรวมตลอดงาน ๓ วัน เฉลี่ยประมาณวันละ ๖,๐๐๐ - ๘,๐๐๐บาท
          ๒.๔ เครือข่ายเขต ๓ ชมรมแพทย์แผนไทย และหมอพื้นบ้าน ได้ร่วมกันจัดคลินิกแพทย์    แผนไทย ให้บริการตรวจวินิจฉัยให้คำปรึกษา และนวดเพื่อการรักษา โดยตลอดการจัดงาน ๓วัน มีผู้เข้ารับบริการจำนวนไม่น้อยกว่าวันละ ๑๔๐ คน
          ๒.๕ การคัดเลือกและเชิดชูเกียรติหมอพื้นบ้าน และผู้ทรงภูมิความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย โดยทั้งสองกลุ่มเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้การแพทย์แผนไทยมีคุณภาพ มาตรฐาน ได้รับการยอมรับจากสังคม มีผลการคัดเลือกดังนี้
                    ๑) ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นหมอไทยดีเด่นระดับเขต 3 เป็นตัวแทนจากจังหวัดกำแพงเพชร ได้แก่ นายภาคภูมิ  ช่วงบัญญัติ และหมอไทยดีเด่น ระดับจังหวัด
                    (๑) อุทัยธานี     คือ      นางณัฐชนก  ครุธช่างทอง
                    (๒) ชัยนาท       คือ      นางศยามล  เพ็งอุ่น
                    (๓) พิจิตร        คือ      นายสมทบ  สอนราช
                    ๒) หมอพื้นบ้านดีเด่นระดับจังหวัด ของเขต 3 เป็นตัวแทนหมอพื้นบ้านของแต่ละจังหวัดผ่านการคัดเลือกจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้แก่
                    (๑) กำแพงเพชร  คือ      นางกุหลาบ  ชลเชี่ยว
                    (๒) นครสวรรค์   คือ      นายเรืองฤทธิ์  อุปภา
                    (๓) อุทัยธานี     คือ      นางทองหล่อ  นิยม
                    (๔) ชัยนาท       คือ      นายช้อย  ทองชื่น
                    (๕) พิจิตร        คือ      นายทม  สะอาดเอี่ยม
                    ๓) ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์แผนไทยดีเด่น    ระดับเขต 3 เป็นตัวแทนจากจังหวัดกำแพงเพชร ได้แก่ นายชะเอม  ขุมเพชร
และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์แผนไทยดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
                    (๑) นครสวรรค์   คือ      นางโชติกาญจน์  ชุ่มมั่น
                    (๒) อุทัยธานี      คือ      นางณิชารีย์  คงเวียง
                    (๓) ชัยนาท       คือ      นางสาวปาจรีย์  สาเอี่ยม
                    (๔) พิจิตร         คือ      นางการะเกศ  สายสุจริต
          ๒.๖ ข้อเสนอแนะในการจัดงาน
                    ๑) การจัดนิทรรศการของกรม ควรเพิ่มองค์ความรู้ด้านงานวิจัยหรือองค์ความรู้ที่ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในการใช้บริการหรือดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย
                    ๒) ให้มีภาคีเครือข่ายภาครัฐ องค์กรในพื้นที่/เขตสุขภาพ/จังหวัด ซึ่งเป็นหน่วยงานภายนอกกระทรวงสาธารณสุขร่วมจัดงานนิทรรศการแสดงผลงานสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องมากขึ้น
                    ๓) เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการร่วมออกบูธแสดงและจำหน่ายสินค้า บริการ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สมุนไพร โดยให้เขตสุขภาพ/จังหวัดบริหารจัดการให้มีรายได้สนับสนุนการร่วมงานเพิ่มเติมมากขึ้น