งานมหกรรมการแพทย์แผนไทย ปี ๒๕๕๙ เขต ๘ จังหวัดนครพนม
ระหว่างวันที่ ๗ – ๑๐ มกราคม ๒๕๕๙
ณ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม

-------------------------------------------

ความเป็นมา
          กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มอบหมายภารกิจให้กองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการประสาน และดำเนินการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทย ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ซึ่งในปีนี้กำหนดจัดงานเป็นแต่ละเขตสุขภาพ โดยเขต ๘     ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดนครพนม จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดบึงกาฬ ได้ร่วมกันดำเนินการจัดงาน ซึ่งมีจังหวัดนครพนมเป็นเจ้าภาพและดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ระหว่างวันที่ ๗ – ๑๐ มกราคม ๒๕๕๙ ณ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ภายใต้ชื่องาน “สืบสานภูมิปัญญาไทย สู่เศรษฐกิจอาเซียน” สรุปสาระสำคัญจากการ จัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทย ปี ๒๕๕๙ เขต ๘ จังหวัดนครพนม พอสังเขป ดังนี้
          ๑. นายแพทย์สุริยะ  วงศ์คงคาเทพ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก   เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีนายแพทย์ประภาส  วีระพล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม เป็นผู้กล่าวต้อนรับ และกล่าวรายงานการจัดงาน รวมถึงผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยคณะผู้บริหารกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เครือข่ายบุคลากรด้านการสาธารณสุข ด้านการแพทย์แผนไทย สื่อมวลชน นักวิชาการ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า แม่ค้า ประชาชนผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนประมาณ ๓,๗๑๔ คน แสดงข้อบ่งชี้ถึงกระแสความสนใจระดับหนึ่ง ในการดูแลรักษาสุขภาพ ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก และสมุนไพรในระดับภาคประชาชน
          ๒. สาระสำคัญจากการจัดงาน ประกอบด้วยกิจกรรมการจัดนิทรรศการการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือก จากเครือข่าย เขต ๘ ทั้ง ๗ จังหวัด การให้บริการด้วยการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก การรักษาด้วยการนวดไทย การอบสมุนไพร ประคบสมุนไพร การให้บริการด้านสปา และการฝังเข็ม การสาธิตการรักษาด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยการสาธิตแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพรอย่างง่าย การเสวนาทางวิชาการ การคัดเลือกหมอไทยดีเด่น หมอพื้นบ้านดีเด่น การแสดงศิลปวัฒนธรรม จากเครือข่ายเขตสุขภาพ การสาธิตการดูแลหญิงหลังคลอด การประกวด  Mr. & Miss แพทย์แผนไทย รวมถึงการจำหน่ายสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และพืชสมุนไพร  รวมทั้งสิ้น ๓๘ บูธ
๒.๑ จุดเด่นของการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทย เขต ๘ เป็นการบูรณาการจัดงานกับงานสำคัญของจังหวัด ได้แก่ งานเกษตรลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ ๑๙ โดยมีหน่วยงานภาคีเครือข่ายของจังหวัดร่วมจัดงาน นอกเหนือจากฝ่ายสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว อาทิ องค์การบริหารส่วนจังหวัด มหาวิทยาลัยนครพนม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และหน่วยงานภาคเอกชน สอดคล้องตามนโยบายท่านอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
                   ๒.๒ การจัดนิทรรศการ
เครือข่ายเขตสุขภาพร่วมจัดนิทรรศการจำนวน ๗ จังหวัด ร่วมกันจัดบริการตรวจรักษาด้วยแพทย์แผนไทย นำเสนอสมุนไพรเด่น พื้นที่คุ้มครองสมุนไพร อาหารเป็นยา ตำรับยาแผนไทย ตำราการแพทย์แผนไทย องค์ความรู้และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน จำนวน ๙๖ เรื่อง จำแนกเป็น ๕ ประเภท ได้แก่
                             ๑) หมอพื้นบ้าน/ปราชญ์/ผู้รู้ จำนวน ๑๓ ราย โดยเป็นหมอยาสมุนไพร หมอนวดจับเส้น หมอธรรม (ไสยศาสตร์) เป็นต้น
                             ๒) ภูมิปัญญาฯ/องค์ความรู้ จำนวน ๒๑ เรื่อง เช่น ยาน้ำใบฝรั่ง โคลนยาพอก ลูกประคบสมุนไพร ยาดมสมุนไพร ยาหมู่สำหรับบุรุษ ยาหมู่สำหรับสตรี ชาชงสมุนไพร น้ำมันว่าน ยาเบญจอำมฤตย์ ยาต้มกษัยเส้น ยาลดเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ยารักษาโรคสะเก็ดเงิน คัมภีร์ใบลาน ตำรายาแผนไทยโบราณ เป็นต้น
                                    ๓) ผักพื้นบ้าน/อาหารพื้นเมือง จำนวน ๙ รายการ เช่น น้ำสมุนไพร สมุนไพรประจำธาตุ อาหารประจำธาตุ น้ำคลอโรฟิลล์ ยาสมุนไพรคลายเครียด เป็นต้น
                             ๔) นวัตกรรม จำนวน ๔ รายการ เช่น นวัตกรรมการยืดกล้ามเนื้อน่อง นวัตกรรมลูกแก้วนวดฝ่าเท้า นวัตกรรมผงสมุนไพรมหัศจรรย์เพื่อฟันสวย นวัตกรรมสมุดบันทึกการดูแลสุขภาพมารดาหลังคลอด
                             ๕) สมุนไพรทั้งสดและแห้ง จำนวน ๔๙ ชนิด เช่น ว่านชักมดลูก รากสามสิบกลีบ ขมิ้นชัน ไพล ฝาง จันทน์แดง จันทน์ขาว ขอนดอก เทียนดำ เทียนแดง เทียนขาว เทียนตาตั๊กแตน เป็นต้น
                   ๒.๒ เวทีสัมมนาวิชาการ/นำเสนอผลงานวิจัย/กิจกรรมอบรม, สาธิต
                             ๑) การสาธิตการบริหารร่างกายด้วยท่าฤๅษีดัดตน การสาธิตการทำสมาธิบำบัดแบบ SKT โดยผู้แทนจากเครือข่ายเขต ๘
๒) เวทีเสวนาหมอพื้นบ้าน เขต ๘
๓) เวทีเสวนาวิชาการเรื่อง “การดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน ยาสมุนไพรของประเทศไทย และประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว”
๔) เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงานแพทย์แผนไทยต้นแบบ
๕) เวทีเสวนาหมอพื้นบ้าน
๖) การบรรยายการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม และสาธิตการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดย นายใจเพชร  กล้าจน (หมอเขียว)
๗) เวทีเสวนาวิชาการเรื่อง “การดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกร่วมกับสหวิชาชีพ เขตสุขภาพที่ ๘”
๘) การตอบคำถามทางวิชาการ และลุ้นรับรางวัลด้านการแพทย์แผนไทย
๙) การประกวด Mr. & Miss แพทย์แผนไทย เพื่อสื่อสาร เผยแพร่ องค์ความรู้การแพทย์      แผนไทยและแสดงเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัด โดยมีผลการประกวด ดังนี้
Mr. แพทย์แผนไทย

  1. นายสุกฤษณ์  แก้วมณีชัย     สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนอคาย             ชนะเลิศ
  1. นายวาทกร  วิภาวิน  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร             รองชนะเลิศอันดับ ๑
  2. นายศิริทัช  กุลธินี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี             รองชนะเลิศอันดับ ๒
  1. นายอนันต์  ชุมปา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม             ชมเชย
    Miss แพทย์แผนไทย
  1. นางสาวลดามาศ  เมืองพราม   สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร             ชนะเลิศ
    (๒) นางสาวจันจิรา  ปัญญะ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย                             รองชนะเลิศอันดับ ๑
    (๓) นางสาวธันย์ชนก  อินทะรังษี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี             รองชนะเลิศอันดับ ๒
  1. นางสาวจุฬาลักษณ์  ดุลยสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย            ชมเชย
                       ๒.๔ การจัดนิทรรศการจำหน่ายสินค้า (OTOP) มีเครือข่ายเข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เวชสำอาง และยาสมุนไพร จำนวน ๑๗ บูธ ประกอบด้วย
                                 ๑) บูธจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพและผลไม้สด จำนวน ๔ บูธ เช่น
    (๑) อาหารเพื่อสุขภาพ
    (๒) ร้านข้าวยำสุขภาพ
                                 ๒) บูธจำหน่ายสมุนไพร/เครื่องสำอาง/อื่น ๆ จำนวน ๑๓ บูธ เช่น
    (๑) ร้านผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตำบลพิมาน
    (๒) ร้านจำหน่ายเครื่องจักสาน
    (๓) ร้านผลิตภัณฑ์จากผ้า
    (๔) ร้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพหมอเขียว
                        โดยมีรายได้จากการซื้อขายรวมตลอดงาน ๔ วัน เฉลี่ยประมาณวันละ ๒,๕๐๐ บาท
                       ๒.๕ เครือข่ายเขต ๘ ได้ร่วมกันจัดคลินิกแพทย์แผนไทย ให้บริการตรวจวินิจฉัย ให้คำปรึกษา และนวดเพื่อการรักษา โดยตลอดงาน ๔ วัน มีผู้เข้ารับบริการจำนวนไม่น้อยกว่าวันละ ๕๐ คน
                       ๒.๖ การคัดเลือกและเชิดชูเกียรติหมอพื้นบ้าน และผู้ทรงภูมิความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย โดยทั้งสองกลุ่มเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้การแพทย์แผนไทยมีคุณภาพ มาตรฐาน ได้รับการยอมรับจากสังคม มีผลการคัดเลือก ดังนี้
                                 1)  ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นหมอไทยดีเด่นระดับเขต ๘ เป็นตัวแทนจากจังหวัดสกลนคร ได้แก่ นายบุญมา มุงเพีย และ หมอไทยดีเด่น ระดับจังหวัด
                                    (๑) อุดรธานี      คือ      นายไสว  บุตตะโยธี
                                              (๒) บึงกาฬ       คือ      นายณรงค์ศักดิ์  ปทุมวัฒนชัย
                                    (๓) เลย           คือ      นายวิรัตน์  กาลภูมิ
     2)  หมอพื้นบ้านดีเด่นระดับจังหวัด ของเขต ๘ เป็นตัวแทนหมอพื้นบ้านของ แต่ละจังหวัด ผ่านการคัดเลือกจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้แก่    
                                (๑) นครพนม     คือ     นายลอย  มวยลี
                             (๒) บึงกาฬ       คือ     นายมี  ศรียา
                                (๓) เลย           คือ     นายบุญ  สุขบัว
                                     (๔) สกลนคร     คือ     นายเสียน  หามจันทร์
                                    (๕) หนองคาย    คือ     นายกองไลย์  อาจตา
                                   (๖) หนองบัวลำภู คือ      นายนิคม  เบ้าทอง
                                    (๗) อุดรธานี      คือ     นายสมยา  รัตนพลธี
    3)  ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านแผนไทยดีเด่นระดับเขต ๘ เป็นตัวแทนจากจังหวัดนครพนม ได้แก่ นางปาริชาติ  พิณราช โรงพยาบาลเรณูนคร
     และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านแผนไทยดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
    (๑) บึงกาฬ        คือ      นายธีระกุล  อุทะกัง
    (๒) เลย            คือ      นางสิริพร  ญาณจินดา
    (๓) สกลนคร      คือ      นายสมศักดิ์  สายสงค์
    (๔) หนองคาย     คือ      นางสาวจรัสศรี  บุญคงทอง
    (๕) หนองบัวลำภู คือ      นางกัลยา  พิมพ์พรมมา
    (๖) อุดรธานี      คือ      นางดาหวัน  ห่อหุ้มดี
                       ๒.๗ การประชุมแลกเปลี่ยนและประเมินผลการจัดงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ๗ จังหวัด มีมติเห็นชอบมอบหมายให้จังหวัดเลย เป็นเจ้าภาพเขต ๘ ในปี ๒๕๖๐ และยังได้เสนอแนะรูปแบบการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเป็นแบบรายภูมิภาค เช่น ภาคเหนือจัดร่วมกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือจัด ครั้งเดียวทั้ง ๗๖ จังหวัด
    ๒.๘ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการจัดงาน
                       ๒.๘.๑ ปัญหา อุปสรรค
    ๑) การจัดงานไม่เป็นตามการวางแผนดำเนินงาน เนื่องจากข้อจำกัดการร่วมจัดงานกับหน่วยงานอื่น
    ๒) สถานที่ในการจัดงานคับแคบ และจัดสรรรูปแบบการวางบูธนิทรรศการยังไม่สอดคล้องตามเนื้อหาของการนำเสนอ ในแต่ละประเด็น
    ๓) ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานน้อย เนื่องจากพื้นที่จัดงาน แยกห่างจากแหล่งชุมชน
    ๔) ภาคีเครือข่ายร่วมจัดงานนิทรรศการแสดงผลงานสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องมีจำนวนน้อย
    ๒.๘.๒ ข้อเสนอแนะ
    ๑) การประชาสัมพันธ์ข้อมูลการจัดงานให้มีความครอบคลุมและชัดเจนเพื่อให้ประชาชนรับทราบ และสนใจเข้าร่วมงาน โดยเฉพาะสื่อที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย
    ๒) ให้มีภาคีเครือข่ายภาครัฐ องค์กรในพื้นที่/เขตสุขภาพ/จังหวัด ซึ่งเป็นหน่วยงานภายนอกกระทรวงสาธารณสุขร่วมจัดงานนิทรรศการแสดงผลงานสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องมากขึ้น
    ๓) เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการร่วมออกบูธแสดงและจำหน่ายสินค้า บริการ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สมุนไพร โดยให้เขตสุขภาพ/จังหวัดบริหารจัดการให้มีรายได้สนับสนุนการร่วมงานเพิ่มเติมมากขึ้น
    ๔) ให้มีการนำเสนอผลงานวิชาการ/วิจัย มากขึ้น
    ๕) ควรกำหนดและวางแผนการดำเนินงานไว้หลายรูปแบบเพื่อปรับเปลี่ยนให้มีความสอดคล้องตามสถานการณ์