งานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ ๖ ปี ๒๕๕๘

ระหว่างวันที่ ๘-๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ณ วัดสมานรัตนาราม ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

-------------------------------------------

ความเป็นมา

 
  กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มอบหมายภารกิจให้สำนักคุ้มครอง ภูมิปัญญาการแพทย์
แผนไทย ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการประสาน และดำเนินการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ซึ่งในปีนี้กำหนดจัดงานเป็นแต่ละเขตสุขภาพ โดยเขตสุขภาพที่ ๖ ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดตราด จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดสระแก้ว ได้ร่วมกันดำเนินการจัดงาน ซึ่งมีจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นเจ้าภาพ และดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ระหว่างวันที่ ๘ – ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ วัดสมานรัตนาราม    ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ภายใต้ชื่องาน “เจ็บป่วยคราใด ใช้ยาไทย ก่อนไปหาหมอ”   สรุปสาระสำคัญจากการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ เขตสุขภาพที่ ๖ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ พอสังเขป ดังนี้
  ๑. นายแพทย์วิศิษฎ์  ตั้งนภากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตบริการสุขภาพที่ ๖ เป็นประธาน
ในพิธีเปิด โดยมีคณะผู้บริหารกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน บุคลากรสาธารณสุข สื่อมวลชน เครือข่ายบุคลากรด้านการแพทย์แผนไทย นักวิชาการ นักศึกษา พ่อค้า แม่ค้า ประชาชนผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนประมาณ ๑๑,๗๖๐ คน แสดงข้อบ่งชี้ถึงกระแสความสนใจในการดูแลรักษาสุขภาพ ด้านการแพทย์    แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก และสมุนไพรเป็นอย่างดีในระดับภาคประชาชน
  ๒. สาระสำคัญจากการจัดงาน ประกอบด้วยกิจกรรมการจัดนิทรรศการของแต่ละจังหวัดในเขตสุขภาพที่ ๖
ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก คัดเลือกหมอพื้นบ้านดีเด่นระดับ เขต ๑ การประกวดพื้นที่ดีเด่นต้นแบบด้านการแพทย์แผนไทย การสัมมนาวิชาการ อบรม สาธิต และให้บริการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน การคัดเลือกหมอไทยดีเด่น หมอพื้นบ้านดีเด่น การนำเสนอพื้นที่ต้นแบบดีเด่นแห่งชาติ ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (ระดับเขตสุขภาพ) การนำเสนอผลงานวิจัย การจำหน่ายสินค้า OTOP ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสุขภาพ
      ๒.๑ การจัดนิทรรศการงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ ๖
           เครือข่ายร่วมจัดนิทรรศการจำนวน ๘ จังหวัด ร่วมกันจัดบริการตรวจรักษาด้วยแพทย์แผนไทย

นำเสนอสมุนไพรเด่น พื้นที่คุ้มครองสมุนไพร อาหารเป็นยา ตำรับยาแผนไทย ตำราการแพทย์แผนไทย องค์ความรู้และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน จำนวน ๑๐๗ รายการ จำแนกเป็น ๕ ประเภท ได้แก่

           ๑) หมอพื้นบ้าน/ปราชญ์/ผู้รู้ จำนวน ๑๓ ราย โดยเป็นหมอยาสมุนไพร หมอนวดจับเส้น หมอธรรม (ไสยศาสตร์)
           ๒) ภูมิปัญญาฯ/องค์ความรู้ จำนวน ๒๓ เรื่อง เช่น น้ำมันว่าน ยาเบญจอำมฤตย์   ยาต้มกษัยเส้น ยาลดเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ยารักษาโรคสะเก็ดเงิน คัมภีร์ใบลาน ตำรายาแผนไทยโบราณ เป็นต้น
 

         ๓) ผักพื้นบ้าน/อาหารพื้นเมือง จำนวน ๑๑ รายการ เช่น ไอศกรีมมันพื้นถิ่น เมี่ยงคำสมุนไพร หมูห่อใบชะพลู น้ำชากาฝาก น้ำชาใบหม่อน น้ำฮวยอัญ ยำขลู่ น้ำสมุนไพรประจำธาตุ อาหารประจำธาตุ น้ำคลอโรฟิลล์ เป็นต้น

           ๔) นวัตกรรม จำนวน ๕ รายการ เช่น ลานลูกแก้วนวดฝ่าเท้า ถาดมะกรูดนวดเท้า สปามือ สปาเท้า การเผาสมุนไพรเป็นต้น
           ๕) สมุนไพรทั้งสดและแห้ง จำนวน ๕๕ ชนิด เช่น ขลู่ ว่านนางคำ ว่านชักมดลูก สามสิบกลีบ ขมิ้นชัน ชะพลู หมาก เป็นต้น
      ๒.๒ เวทีสัมมนาวิชาการ/นำเสนอผลงานวิจัย/กิจกรรมอบรม, สาธิต
           ๑) การนำเสนอพื้นที่ต้นแบบดีเด่นแห่งชาติ ด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ประจำปี ๒๕๕๘ (ระดับเขตสุขภาพ) ทั้ง ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, ระดับโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป, ระดับโรงพยาบาลชุมชน และระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/สถานีอนามัย
           ๒) การนำเสนอผลงานวิจัย โดยได้รับการคัดเลือกจากแต่ละจังหวัดที่ส่งนำเสนอ คือ
               - ผลการรักษากลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อส่วนบนของผู้มารับบริการแพทย์แผนไทยในศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ
แพทย์แผนไทยโรงพยาบาลพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี
               - ปัจจัยมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้บริการนวดไทยในโรงพยาบาลบ่อไรของประชาชน
เขตเทศบาลตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด
               - ผลของสมาธิบำบัดในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง
               - เปรียบเทียบผลการรักษาผู้ป่วยตับแข็งจากสาเหตุต่าง ๆ ด้วยยาสมุนไพรตำรับในคลินิกแพทย์แผนไทย
               - การศึกษาภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านโรคโลหิตระดูสตรี : กรณีศึกษาหมอเปรมปรี  รวยพินิจ ตำบลบางโปรง อำเภอเมืองสมุทรปราการ
               - การศึกษาผลของชาชงสมุนไพรบำรุงน้ำนมต่อปริมาณน้ำนม และระดับ Prolactin ในเลือดของมารดาหลังคลอดที่ให้นมบุตร
           ๓) แนะนำ “การออกกำลังกายด้วยฤาษีดัดตนและโยคะ” โดย โรงพยาบาลพระปกเกล้า
           ๔) การดูแลสุขภาพตามกลุ่มวัย ด้วยสมุนไพรใกล้ตัว โดยจังหวัดสระแก้ว
           ๕) การสาธิตการเผายา โดยวิทยาลัยแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร เพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดเมื่อย ลดการตึงของกล้ามเนื้อ ช่วยปรับสมดุลระบบภายในส่วนช่วงท้อง
           ๖) การสาธิตการทำสปามือหอม โดยสำนักงานสาธารณสุขฉะเชิงเทรา
           ๗) การสาธิตการคัดเส้นด้วยกะลามะพร้าว โดยสำนักงานสาธารณสุขปราจีนบุรี
           ๘) การอบรมเรื่อง “ผิวสวยหน้าใสด้วยผงถ่านแกลบ”
           ๙) การอบรมเรื่อง “การทำยาดมพิมเสนน้ำ”
      ๒.๓ การจัดนิทรรศการจำหน่ายสินค้า (OTOP) มีเครือข่ายเข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เวชสำอาง และยาสมุนไพร จำนวน ๓๒ บูธ ประกอบด้วย
           ๒.๓.๑) บูธจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพและผลไม้สด จำนวน ๒๒ บูธ เช่น
 

              ๑) ห้างธงทอง จังหวัดฉะเชิงเทรา

                ๒) กลุ่มภูมิปัญญาเทพราช จังหวัดฉะเชิงเทรา
           ๒.๓.๒) บูธจำหน่ายสมุนไพร/เครื่องสำอาง จำนวน ๑๐ บูธ เช่น
                ๑) ร้านน้ำหอมหญ้าแฝก
                ๒) กลุ่มวิสาหกิจพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดตราด
                ๓) ร้านสมถวิล (อั้งกี้) น้ำมันเหลือง ตราต้นโพธิ์ จังหวัดตราด
  โดยมีรายได้จากการซื้อขายรวมตลอดงาน ๓ วัน เฉลี่ยประมาณวันละ ๕,๕๐๐ บาท
      ๒.๔ เครือข่ายเขตสุขภาพที่ ๖ ได้ร่วมกันจัดคลินิกแพทย์แผนไทย ให้บริการตรวจวินิจฉัย ให้คำปรึกษา
และนวดเพื่อการรักษา โดยตลอดงาน ๓ วัน มีผู้เข้ารับบริการจำนวน ๕๐๐ คน
       ๒.๕ การคัดเลือกและเชิดชูเกียรติหมอพื้นบ้าน และผู้ทรงภูมิความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย
โดยทั้งสองกลุ่ม เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้การแพทย์แผนไทยมีคุณภาพ มาตรฐาน ได้รับการยอมรับจากสังคม ซึ่งมีผลการคัดเลือกดังนี้
           ๒.๕.๑ หมอไทยดีเด่นระดับเขต ได้แก่
                ๑) นายมะยงค์  ช่างไม้              จังหวัดจันทบุรี
           ๒.๕.๒ หมอไทยดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
                ๑) นายบุญมี  เหนียวแน่น                    จังหวัดฉะเชิงเทรา
                ๒) นายสุนทร  เชาวนะพานิช                 จังหวัดปราจีนบุรี
                ๓) นายวินัย  สายเปลี่ยน                      จังหวัดสระแก้ว
                ๔) สิบเอกเพลิน  อุชุวัฒน์                    จังหวัดชลบุรี
                ๕) นายอุบล  รามัญอุดม                     จังหวัดตราด
                ๖) นางสาวธันยพร  แก้วสนธยา               จังหวัดระยอง
           ๒.๕.๓ หมอพื้นบ้านดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
                ๑) นายสะโอด  เนียมสะอาด                  จังหวัดฉะเชิงเทรา
                ๒) นายสมุทร  สามารถ                       จังหวัดปราจีนบุรี
                ๓) นายเปรมปรี  รวยพินิจ                     จังหวัดสมุทรปราการ
                ๔) นายโส  บุญใหญ่                          จังหวัดสระแก้ว
                ๕) นายเครื่อง  คามสุข                       จังหวัดจันทบุรี
                ๖) นายอนุวัฒน์  ทับคง                        จังหวัดชลบุรี
                ๗) นายเคลิ้ม  ครุฑเสน                       จังหวัดตราด
           ๒.๕.๔ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์แผนไทยดีเด่นระดับเขต ได้แก่
                ๑) นางสาวจิตรณิญาณ์  ฐิติปัญญรัตน์          จังหวัดชลบุรี
           ๒.๕.๕ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์แผนไทยดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
 

              ๑) นางเครือวัลย์  สาระกุล                     จังหวัดฉะเชิงเทรา
              ๒) นางสาวณัฐชา  เต็งเติมวงศ์                จังหวัดปราจีนบุรี
              ๓) นางสาวบุษบา  ยินดีสุข                     จังหวัดสระแก้ว
              ๔) นายมนูญ  สัจจาธรรม                      จังหวัดจันทบุรี
              ๕) นายแฉล้ม  อิ่มอุไร                         จังหวัดตราด
              ๖) นางสาวอุมาภรณ์  เรืองภัคดี                 จังหวัดระยอง

           ๒.๖ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการจัดงาน
 

              ๒.๖.๑ ปัญหา อุปสรรค
                     ๑) เจ้าภาพในการจัดงานไม่อำนวยความสะดวก เช่น การจัดหาอุปกรณ์จัดบูธ
                     ๒) ขาดกิจกรรมดึงดูดความสนใจ
                     ๓) การประชาสัมพันธ์งานน้อย
                     ๔) การสร้างความสนุกสนานบนเวทีกิจกรรม ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร                    

                ๒.๖.๒ ข้อเสนอแนะ
                     ๑) การจัดครั้งถัดไป ควรประสานรายละเอียดการเตรียมพื้นที่ให้ชัดเจน
                     ๒) ควรมีการสร้างความสนุกสนานที่นอกเหนือจากกิจกรรมด้านการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เช่น การประกวดร้องเพลง กาประกวดเต้น เป็นต้น
                     ๓) ประชาสัมพันธ์ข้อมูลการจัดงานให้มากขึ้น ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนรับทราบ และสนใจเข้าร่วมงาน
                     ๔) เนื่องจากผู้มาเข้าร่วมงานมีจำนวนน้อย จึงเสนอแนะให้มีการจัดเป็นภาค