งานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ ๓ ปี ๒๕๕๘

ระหว่างวันที่ ๖–๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ณ โรงแรมพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

-------------------------------------------


ความเป็นมา

 
  กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มอบหมายให้สำนักคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการประสานและดำเนินการจัดงานงานมหกรรมการแพทย์
แผนไทยแห่งชาติ ปี ๒๕๕๘ โดยในปีนี้เป็นปีแรกที่จัดงานงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติในระดับเขตสุขภาพ โดยเขตสุขภาพที่ ๓ ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร ชัยนาท และจังหวัดอุทัยธานี ร่วมกันดำเนินการจัด โดยมีจังหวัดนครสวรรค์เป็นเจ้าภาพและดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ระหว่างวันที่ ๖ – ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ โรงแรมพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ภายใต้ชื่องาน “ต้นเจ้าพระยา สืบสานภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ก้าวไกลสู่อาเซียน” สรุปสาระสำคัญจากการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ ๓ ปี ๒๕๕๘ พอสังเขป ดังนี้
  ๑. ผศ. (พิเศษ) ดร. นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน บุคลากรสาธารณสุข สื่อมวลชนเครือข่ายบุคลากรด้านการแพทย์แผนไทย นักวิชาการ นักศึกษา ประชาชนและผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนประมาณ ๖,๙๖๕ คน
  ๒. สาระสำคัญจากการจัดงาน ประกอบด้วยกิจกรรมนิทรรศการ วิชาการ สาธิตและให้บริการด้านการแพทย์แผนไทย
การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก คัดเลือกหมอพื้นบ้านดีเด่นระดับ เขต ๓ การประกวดพื้นที่ดีเด่นต้นแบบด้านการแพทย์แผนไทย
      ๒.๑ การจัดนิทรรศการงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ ๓
           เครือข่ายร่วมจัดนิทรรศการจำนวน ๕ จังหวัด ร่วมกันจัดให้บริการตรวจรักษาด้วยแพทย์แผนไทย

และมีการให้บริการฝังเข็มโดยสถาบันการแพทย์ไทยจีน มีการนำสมุนไพรเด่น อาหารเป็นยา ตำรับยาแผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก องค์ความรู้และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน จำนวน ๓๔ เรื่อง จำแนกเป็น ๖ ประเภท ได้แก่

           ๑) หมอพื้นบ้าน/ปราชญ์/ผู้รู้ (ประวัติ/กิจกรรม) จำนวน ๕ ราย เช่น หมอนวดตอกเส้น หมอนวดไม้ไผ่ ฯลฯ
           ๒) ภูมิปัญญาฯ/องค์ความรู้ (ตำรับ/ตำรา/องค์ความรู้) จำนวน ๗ เรื่อง เช่น ตำรับยาหลวงปู่ศุข การดูแลมารดาหลังคลอด การเผายา  ฯลฯ
 

         ๓) ผักพื้นบ้าน/อาหารพื้นเมือง จำนวน ๗ รายการ เช่น ยำ ๔ ธาตุ น้ำสมุนไพร น้ำอัญชัน น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ ฯลฯ

           ๔) สมุนไพรทั้งสดและแห้ง จำนวน ๑๔ รายการ เช่น กำแพงเจ็ดชั้น ฝางแดง เถาวัลย์เปรียง ฯลฯ
           ๕) นวัตกรรม จำนวน ๓ รายการ เช่น รอกกะลามะพร้าว แก้วไอน้ำสมุนไพร ฯลฯ
           ๖) พิธีกรรม จำนวน ๑ รายการ ได้แก่ พิธีไหว้ครูแพทย์แผนไทยฯลฯ
      ๒.๒ นำเสนอผลงานทางวิชาการ/สาธิตการรักษา
           ๑) การบรรยายพิเศษในเรื่อง “เสริมภูมิชีวิต ด้วยวิถีชีวจิต”
      ๒.๓ บูธจำหน่ายสินค้า มีเครือข่ายเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ
เวชสำอางและยาสมุนไพรจากภาคเอกชน จำนวน ๓๐ บูธ ประกอบด้วย
           ๑) ยาหม่องดำแม่เพียงใจ จังหวัดนครสวรรค์
         ๒) ข้าวเครือข่ายเกษตรอินทรีย์
         ๓) อาหารเพื่อสุขภาพ จังหวัดนครสวรรค์
         ๔) ชมรมสมุนไพรพื้นบ้านกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร
         ๕) กลุ่มเรือนผมสมุนไพร ปทุมทิพย์  จังหวัดอุบลราชธานี
         ๖) หนังสือเพื่อสุขภาพ
         ๗) ผลิตภัณฑ์ข้าวจากโรงเรียนชาวนา จังหวัดนครสวรรค์
         ๘) ขมิ้นชัน ศาลาไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
         ๙) ศูนย์เรียนรู้สมุนไพรชุมชน ตำบลท่าฬ่อ จังหวัดพิจิตร
         ๑๐) ผลิตภัณฑ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพ โรงพยาบาลหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี
         ๑๑) สมุนไพรจากแพนด้าแคมป์ จังหวัดอุทัยธานี
         ๑๒) กลุ่มทอผ้าไหมบ้านชุมตาบาง จังหวัดนครสวรรค์
         ๑๓) กลุ่มส่งเสริมภูมิปัญญาไทย อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์
         ๑๔) แปรรูปสมุนไพรพรพงษ์ จังหวัดนครสวรรค์
         ๑๕) คลินิกไท่ – อี้ไทย – จีน แพทย์แผนไทย จังหวัดนครสวรรค์
         ๑๖) ร้านขายยาแผนไทยดิษฐ์ศรีโอสถ จังหวัดนครสวรรค์
         ๑๗) ทิพยาภัสสรสมุนไพร จังหวัดนครสวรรค์
         ๑๘) กลุ่มรวมใจสมุนไพรวัดไทรใต้ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์
         ๑๙) กล้วยกวนกะทิสด แม่ลำจวน จังหวัดนครสวรรค์
         ๒๐) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนเอาถ่าน ขวัญเรียม บึงกุ่ม  กรุงเทพฯ
         ๒๑) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเขาแหลม จังหวัดนครสวรรค์
         ๒๒) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรประคบร้อนทุ่งทรายทอง จังหวัดพิจิตร
         ๒๓) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการแปรรูปสมุนไพร ป้าสำอางค์ จังหวัดนครสวรรค์
         ๒๔) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านบางม่วง จังหวัดนครสวรรค์
         ๒๕) ยาแผนโบราณหมอเกรียงไกร จังหวัดนครสวรรค์
         ๒๖) ชมรมรสฟาร์มน้ำผึ้ง จังหวัดชัยนาท
         ๒๗) กลุ่มผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์บ้านดงตาเซี้ยง จังหวัดนครสวรรค์
         ๒๘) แม่จี๊ดกล้วยสมุนไพร และธูปไล่ยุง จังหวัดชัยนาท
         ๒๙) ผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวสร้อยสุวรรณ จังหวัดกำแพงเพชร
         ๓๐) น้ำพริกหอระฆัง จังหวัดชัยนาท
 

โดยมีรายได้จากการซื้อขายตลอดงาน ๓ วัน เฉลี่ยประมาณวันละ ๓๕,๐๐๐ บาท

      ๒.๔ การดำเนินกิจกรรม ตามโครงการฯ ดังกล่าว นับเป็นตัวอย่างการบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม
ระหว่างภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ชมรม สมาคม และยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การใช้การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพร ทั้งในระดับชุมชนท้องถิ่น สถานบริการ อันจะเป็นผลดีต่อระบบสุขภาพโดยรวมสู่เป้าหมายเชิงนโยบายในการผลักดันการแพทย์แผนไทยเป็นแพทย์แผนไทยหลักของไทย สมตามเจตนารมณ์  เวทีจำหน่าย จ่ายแจก แลกเปลี่ยน สินค้าและบริการ  ระหว่างผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และที่สำคัญกว่านั้นการจัดงานดังกล่าว เป็นเวทีแสดงการเชิดชูเกียรติผู้ทรงภูมิความรู้ โดยเฉพาะหมอพื้นบ้าน อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้การแพทย์แผนไทย มีคุณภาพ มาตรฐาน ได้รับการยอมรับและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนและสังคมไทย พัฒนาสู่ระดับสากลสืบไป
           ๒.๔.๑ การประกวดคัดเลือกหมอไทยดีเด่นระดับเขต ได้แก่
                ๑) นายมะยม มานันท์                        จังหวัดกำแพงเพชร
           ๒.๔.๒ หมอพื้นบ้านดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
 

              ๑) นายมิ่ง เพ็ชรคง                           จังหวัดนครสวรรค์
              ๒) นายภาคภูมิ ช่วงบัญญัติ                   จังหวัดกำแพงเพชร
              ๓) นายมนัศ สุทธิกาศ                        จังหวัดพิจิตร
              ๔) นายเกริ่น เสนาเก่า                       จังหวัดชัยนาท

           ๒.๔.๓ หมอไทยดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
 

              ๑) นายธัญญะ ห่านพงษ์ศักดิ์                  จังหวัดพิจิตร
              ๒) นายมหาโภคัย ขำกระแสร์                 จังหวัดอุทัยธานี

           ๒.๔.๔ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแผนไทยดีเด่นระดับเขต ได้แก่
                ๑) นายณรงค์ ฤทธิ์สุทธิ์                       จังหวัดพิจิตร
           ๒.๔.๕ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแผนไทยดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
 

              ๑) นางสาววิสานาจ สระแก้ว                   จังหวัดนครสวรรค์
              ๒) นางสาวเจริญ สีเขียว                       จังหวัดกำแพงเพชร
              ๓) นายชนาภัทร อุดมทรัพย์                   จังหวัดชัยนาท
              ๔ ) นางบุปผา น้อยมาลัย                      จังหวัดอุทัยธานี

           ๒.๔.๖ ผลการประกวดพื้นที่ดีเด่นต้นแบบด้านการแพทย์แผนไทย เขตสุขภาพที่ ๓
                ๑) ระดับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร
           ๒.๔.๗ ผลการประกวดสถานพยาบาลภาครัฐ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการนวดไทย
 

              ๑) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์
              ๒) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร
              ๓) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท
              ๔) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี
              ๕) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร

           ๒.๔.๘ ผลการประกวดสถานประกอบการภาคเอกชนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการนวดไทยระดับดีเยี่ยม
 

              ๑) จังหวัดนครสวรรค์ ร้านเอ็กซ์นวดไทย
              ๒) จังหวัดพิจิตร ร้านมุทราเมดิคอลสปา
              ๓) จังหวัดพิจิตร ร้านในฝันมาจสาจแอนด์สปา

           ๒.๔.๙ ผลการประกวดสถานประกอบการภาคเอกชนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการนวดไทยระดับมาตรฐาน
 

              ๑) จังหวัดนครสวรรค์ ร้านจรรยานวดแผนไทย
              ๒) จังหวัดนครสวรรค์ ร้านแกรนด์ฮิลล์สปา
              ๓) จังหวัดนครสวรรค์ ร้านนันนวดแผนไทย
              ๔) จังหวัดนครสวรรค์ ร้านนานวดแผนไทย
              ๕) จังหวัดชัยนาท กลุ่มนวดผ่อนคลายเพื่อสุขภาพ
              ๖) จังหวัดชัยนาท ชมรมนวดแผนไทยเทศบาลวัดสิงห์

           ๒.๔.๑๐ ผลการประกวดผลงานทางวิชาการระดับโรงพยาบาลระดับจังหวัด
 

              ๑) รางวัลที่ ๑ จังหวัดกำแพงเพชร ชื่อผลงาน การแพทย์แผนไทยและนโยบายการพัฒนาคุณภาพบริการโรงพยาบาลกำแพงเพชร
              ๒) รางวัลที่ ๒ จังหวัดอุทัยธานี ชื่อผลงาน การพัฒนาบริการแพทย์แผนไทยในสถานบริหารและชุมชนของโรงพยาบาลอุทัยธานี
              ๓) รางวัลที่ ๓ จังหวัดพิจิตร ชื่อผลงาน พื้นที่ต้นแบบแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลพิจิตร
              ๔) รางวัลชมเชย จังหวัดนครสวรรค์ ชื่อผลงาน ผลการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทย PCU วัดไทรย์ใต้ รพ.สปร.
              ๕) รางวัลชมเชย จังหวัดชัยนาท ชื่อผลงาน ผลการดำเนินงานด้านการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร

           ๒.๔.๑๑ ผลการประกวดผลงานทางวิชาการระดับโรงพยาบาลชุมชน
 

              ๑) รางวัลที่ ๑ จังหวัดนครสวรรค์ ชื่อผลงาน การให้บริการคู่ขนาน สืบสานภูมิปัญญาไท เครือข่ายเข็มแข็ง โรงพยาบาลบรรพตพิสัย
              ๒) รางวัลที่ ๒ จังหวัดชัยนาท ชื่อผลงาน แพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลสวรรคบุรี จังหวัดชัยนาท
              ๓) รางวัลที่ ๓ จังหวัดอุทัยธานี ชื่อผลงาน พัฒนาบริการแพทย์แผนไทยโรงพยาบาลสว่างอารมณ์
              ๔) รางวัลชมเชย จังหวัดพิจิตร ชื่อผลงาน การพัฒนาระบบการบริหารงานแพทย์แผนไทยแบบบูรณาการ โรงพยาบาลวชิรบารมี
              ๕) รางวัลชมเชย จังหวัดกำแพงเพชร ชื่อผลงาน งานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา

           ๒.๔.๑๒ ผลการประกวดผลงานทางวิชาการระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
 

              ๑) รางวัลที่ ๑ จังหวัดกำแพงเพชร ชื่อผลงาน งานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
              ๒) รางวัลที่ ๒ จังหวัดนครสวรรค์ ชื่อผลงาน งานการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่ากระดังงา อำเภอเก้าเลี้ยว
              ๓) รางวัลที่ ๓ จังหวัดชัยนาท ชื่อผลงาน พื้นที่ต้นแบบด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สอ. ดงคอน อำเภอสรรคบุรี
              ๔) รางวัลชมเชย จังหวัดพิจิตร ชื่อผลงาน การพัฒนากระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการด้วยการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งใหญ่
              ๕) รางวัลชมเชย จังหวัดอุทัยธานี ชื่อผลงาน แนวทางการฟื้นฟูผู้ป่วย
โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลน้ำซึม

       ๒.๕ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการจัดงาน
           ๒.๕.๑ ปัญหา อุปสรรค
                ๑) การโอนเงินในในรูปแบบเงินงบประมาณ ทำให้ต้องมีการกรอก GFMIS มีความยุ่งยากในการกรอก ควรโอนเงินในรูปแบบงบประมาณกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย สะดวกและคล่องตัวต่อการเบิกจ่ายมากกว่า
                ๒) การโอนเงินงบประมาณ โอนมาล่าช้า ทำให้การจัดงานทำได้ช้ากว่ากำหนด
                ๓) เนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ได้เข้ามาทำงานในส่วนแพทย์แผนไทยได้ไม่นาน ซึ่งอาจประสานงานไม่คล่องเท่าที่ควร
           ๒.๕.๒ ข้อเสนอแนะ
                ๑) การประชาสัมพันธ์ในรูปแบบเขต มีความสะดวกมากกว่าการจัดงานในรูปแบบของภาค
                ๒) การจัดแสดงนิทรรศการของแต่ละบูธ มีการนำเสนอหลากหลาย เนื้อหาไม่ซ้ำซ้อนกัน แสดงว่า จังหวัดเชียงรายและเครือข่าย ได้มีการคัดเลือกจุดเด่นของแต่ละเครือข่ายมานำเสนอได้ดี
                ๓) ควรรวมเขต ๒ และเขต ๓ เข้าร่วมกันในการจัดงานในครั้งเดียวกัน
เพื่อจะได้มีจังหวัดมาออกบูธนิทรรศการ มีความหลากหลายของบูธนิทรรศการเพิ่มมากขึ้น
                ๔) ระยะเวลาของการจัดงาน จำนวน ๓ วัน มีความเหมาะสมในการจัดงาน
                ๕) ควรเชิญนักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่ใกล้เคียง มาร่วมชมบูธนิทรรศการ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย แก่เยาวชนรุ่นหลัง
                ๖) อาจจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติในส่วนภูมิภาค รวมกันทั้ง ๗๖ จังหวัด โดยมีเจ้าภาพ และสถานที่จัดงานเพียง ๑ จังหวัด และให้ทั้ง ๗๖ จังหวัดเข้าร่วมงาน ทำให้งานยิ่งใหญ่ และกำหนดระยะเวลาจัดงาน จำนวน ๕ วัน
                ๗) สถานที่จัดงาน อาจจัดใน Hall, อาคาร, ศูนย์แสดงสินค้า, ห้างสรรพสินค้า โดยคำนึงถึงปัญหาด้านงบประมาณการขอสถานที่ในการจัดงานประกอบด้วย
                ๘) การจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ในรูปแบบเขตสุขภาพ มีการประสานงานคล่องตัวกว่าการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ในรูปแบบภาค
                ๙) งบประมาณจังหวัดเจ้าภาพ 1 ล้านบาท ไม่เพียงพอในการจัดงาน
ซึ่งได้ตัดกิจกรรมออกไปหลายรายการ ในปีถัดไป อาจเพิ่มการสนับสนุนงบประมาณเจ้าภาพมากขึ้น โดยเฉพาะงบประมาณการประชาสัมพันธ์ของจังหวัดเจ้าภาพและส่วนกลาง เป็นต้น
      ๓. ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประเมินผลการจัดงาน รวมทั้งเสนอแนวทางการดำเนินงานในปีถัดไป
โดยเสนอ 5 จังหวัด ตามลำดับดังนี้         
           ๑) จังหวัดกำแพงเพชร
         ๒) จังหวัดพิจิตร
         ๓) จังหวัดชัยนาท
         ๔) จังหวัดอุทัยธานี
         ๕) จังหวัดนครสวรรค์
ทั้งนี้ต้องประสานผู้บริหารแต่ละจังหวัดอีกครั้ง ในการรับเป็นจังหวัดเจ้าภาพในปีถัดไป ทั้งนี้ต้องจัดงานภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๘–มกราคม ๒๕๕๙