งานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ ๑ ปี ๒๕๕๘

ระหว่างวันที่ ๑๗-๑๙ เมษายน ๒๕๕๘

ณ ศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซ่าเชียงราย จังหวัดเชียงราย

-------------------------------------------


ความเป็นมา

 
  กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มอบหมายให้สำนักคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการประสานและดำเนินการจัดงานงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ปี ๒๕๕๘ โดยในปีนี้เป็นปีแรกที่จัดงานงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติในระดับเขตสุขภาพ โดยเขตสุขภาพที่ ๑ ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และจังหวัดลำพูน ร่วมกันดำเนินการจัด โดยมีจังหวัดเชียงรายเป็นเจ้าภาพและดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ระหว่างวันที่ ๑๗ – ๑๙ เมษายน ๒๕๕๘ ณ ศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซ่าเชียงราย จังหวัดเชียงราย ภายใต้ชื่องาน “สุขภาพดีวิถีแพทย์แผนไทย ก้าวไกลสู่สากล” สรุปสาระสำคัญจากการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ ๑ ปี ๒๕๕๘ พอสังเขป ดังนี้
  ๑. ผศ. (พิเศษ) ดร. นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน บุคลากรสาธารณสุข สื่อมวลชนเครือข่ายบุคลากรด้านการแพทย์แผนไทย นักวิชาการ นักศึกษา ประชาชนและผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนประมาณ ๘๕,๑๒๘ คน โดยผู้เข้าร่วมงานเป็นไปตามเป้าหมาย แสดงให้เห็นถึงกระแสความสนใจงานด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก และสมุนไพร เป็นอย่างดี
  ๒. สาระสำคัญจากการจัดงาน ประกอบด้วยกิจกรรมนิทรรศการ วิชาการ สาธิตและให้บริการ
ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก คัดเลือกหมอพื้นบ้านดีเด่นระดับ เขต ๑ การประกวดพื้นที่ดีเด่นต้นแบบด้านการแพทย์แผนไทย
      ๒.๑ การจัดนิทรรศการงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ ๑
           เครือข่ายร่วมจัดนิทรรศการจำนวน ๘ จังหวัด ร่วมกันจัดให้บริการตรวจรักษาด้วยแพทย์แผนไทย

และมีการให้บริการฝังเข็มโดยสถาบันการแพทย์ไทยจีน มีการนำสมุนไพรเด่น อาหารเป็นยา ตำรับยาแผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก องค์ความรู้และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน จำนวน ๑๓๑ เรื่อง จำแนกเป็น ๖ ประเภท ได้แก่

           ๑) หมอพื้นบ้าน/ปราชญ์/ผู้รู้ (ประวัติ/กิจกรรม) จำนวน ๑๑ ราย เช่น หมอจับเส้น หมอสมุนไพร ฯลฯ
           ๒) ภูมิปัญญาฯ/องค์ความรู้ (ตำรับ/ตำรา/องค์ความรู้) จำนวน ๗๐ เรื่อง เช่น ยาพอกตับการรักษาริดสีดวงทวาร ฯลฯ
 

         ๓) ผักพื้นบ้าน/อาหารพื้นเมือง จำนวน ๗ รายการ เช่น ข้าวเบ๊อ ยำเตา ข้าวเกรียบเตา ฯลฯ

           ๔) สมุนไพรทั้งสดและแห้ง จำนวน ๓๖ รายการ เช่น กำแพงเจ็ดชั้น ฝางแดง น้ำมันเลียงผา ฯลฯ
           ๕) นวัตกรรม จำนวน ๓ รายการ เช่น อุปกรณ์รักษาโรคนิ้วล็อก ไม้นวดสะบัก ฯลฯ
           ๖) พิธีกรรม จำนวน ๔ รายการ ได้แก่ พิธีไหว้ครูแพทย์แผนไทย การแกว่งข้าว
การสะเดาะเคราะห์ ฯลฯ
      ๒.๒ นำเสนอผลงานทางวิชาการ/สาธิตการรักษา
           ๑) จังหวัดแพร่ นำเสนอผลงานทางวิชาการ เรื่อง ตำรับชาใบสักลดน้ำตาลในเลือด
ในกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
           ๒) จังหวัดลำพูน นำเสนอนวัตกรรมหมอนสมุนไพรพิชิตปวด โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่ตืน
           ๓) จังหวัดลำปาง สาธิตการจับชีพจรสะท้อนโรคด้วยวิธีทางการแพทย์แผนไทย
           ๔) จังหวัดน่าน นำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง ผลการรักษาโรค Carpal Tunnel
           ๕) จังหวัดแม่ฮ่องสอน การสาธิตรักษาอาการปวดเข่าและใช้สูตรยาสมุนไพรสดร่วม
           ๖) จังหวัดเชียงใหม่ สาธิตการรักษาดูแลผู้ป่วยมดลูกเคลื่อนจากโรงพยาบาลสารภี
           ๗) จังหวัดลำปาง นำเสนอการพัฒฯระบบริการแผนไทยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
           ๘) จังหวัดพะเยา นำเสนอการบูรณาการดูแลผู้ป่วยโรคเข่าเสื่อม โรงพยาบาลเชียงคำ
      ๒.๓ บูธจำหน่ายสินค้า มีเครือข่ายเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ
เวชสำอางและยาสมุนไพรจากภาคเอกชน จำนวน ๑๐ บูธ ประกอบด้วย
           ๑) วิสาหกิจชุมชนชีววิถี
           ๒) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรของดีจังหวัดลำปาง
           ๓) ของดีจังหวัดเชียงใหม่
  โดยมีรายได้จากการซื้อขายตลอดงาน ๓ วัน เฉลี่ยประมาณวันละ ๒๐,๐๐๐ บาท
      ๒.๔ การดำเนินกิจกรรม ตามโครงการฯ ดังกล่าว นับเป็นตัวอย่างการบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม
ระหว่างภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ชมรม สมาคม และยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การใช้การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพร ทั้งในระดับชุมชนท้องถิ่น สถานบริการ อันจะเป็นผลดีต่อระบบสุขภาพโดยรวมสู่เป้าหมายเชิงนโยบายในการผลักดันการแพทย์แผนไทยเป็นแพทย์แผนไทยหลักของไทย สมตามเจตนารมณ์  เวทีจำหน่าย จ่ายแจก แลกเปลี่ยน สินค้าและบริการ  ระหว่างผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และที่สำคัญกว่านั้นการจัดงานดังกล่าว เป็นเวทีแสดงการเชิดชูเกียรติผู้ทรงภูมิความรู้ โดยเฉพาะหมอพื้นบ้าน อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้การแพทย์แผนไทย มีคุณภาพ มาตรฐาน ได้รับการยอมรับและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนและสังคมไทย พัฒนาสู่ระดับสากลสืบไป
           ๒.๔.๑ การประกวดคัดเลือกหมอไทยดีเด่นระดับเขต ได้แก่
 

                ๑) นายธนา ต.เจริญ                          จังหวัดเชียงใหม่

           ๒.๔.๒ หมอพื้นบ้านดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
 

                ๑) นายทอนเดช ปริญญาพัฒนบุตร            จังหวัดเชียงราย

 

                ๒) นางบุญหนา หลักหาญ                      จังหวัดเชียงใหม่

                  ๓) นายแต่ง กุสาวดี                           จังหวัดพะเยา
                  ๔) นายผล ศรีไชย                             จังหวัดน่าน
                  ๕) นางชฎาทิพย์ วรรณศิริ                     จังหวัดลำปาง
                  ๖) นายสูน สุคำอ้าย                            จังหวัดลำพูน
                  ๗) นายเขียน เพื่อนทอง                        จังหวัดแพร่
           ๒.๔.๓ หมอไทยดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
                  ๑) นางสหัทยา อินทะวัง                        จังหวัดเชียงราย
                  ๒) นางสายรุ้ง ติณราช                          จังหวัดพะเยา
           ๒.๔.๔ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแผนไทยดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
                  ๑) นายณัฐนนท์ จองคำ                       จังหวัดเชียงราย
                  ๒) นางสาวอมรรัตน์ เดชมนต์                จังหวัดพะเยา
           ๒.๔.๕ ผลการประกวดพื้นที่ดีเด่นต้นแบบด้านการแพทย์แผนไทย เขตสุขภาพที่ ๑
                  ๑) ระดับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย
                  ๒) ระดับโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ได้แก่ โรงพยาบาลเชียงรายปราะชานุเคราะห์ จังหวัดเชียงราย
                  ๓) ระดับโรงพยาบาลชุมชน ได้แก่ โรงพยาบาลเมืองปาน จังหวัดลำปาง
                  ๔) ระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพสะเลียมหวาน อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
       ๒.๕ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการจัดงาน
           ๒.๕.๑ ปัญหา อุปสรรค
                ๑) ในการจัดงานแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือภายในอาคารและนอกอาคาร
ซึ่งนิทรรศการที่จัดภายนอกอาคาร มีสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ซึ่งทำให้ไม่ค่อยมีผู้เข้าชมนิทรรศการเท่าที่ควร
           ๒.๕.๒ ข้อเสนอแนะ
                ๑) ส่วนเวทีกลาง ควรมีกิจกรรมหรือการแสดงบนเวที เช่น วงดนตรีพื้นบ้าน วงดนตรีโฟกซอง การแสดงต่างๆ ฯลฯ เพื่อดึงดูดความสนใจจากประชาชนให้มากขึ้น
                ๒) การจัดแสดงนิทรรศการของแต่ละบูธ มีการนำเสนอหลากหลาย เนื้อหาไม่ซ้ำซ้อนกัน แสดงว่า จังหวัดเชียงรายและเครือข่าย ได้มีการคัดเลือกจุดเด่นของแต่ละเครือข่ายมานำเสนอได้ดี
                ๓) ควรรวมเขต ๑ และเขต ๒ เข้าร่วมกันในการจัดงานในครั้งเดียวกัน
เพื่อจะได้มีจังหวัดมาออกบูธนิทรรศการ มีความหลากหลายของบูธนิทรรศการเพิ่มมากขึ้น
                ๔) ระยะเวลาของการจัดงาน จำนวน ๓ วัน มีความเหมาะสมในการจัดงาน
                ๕) ควรเชิญนักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่ใกล้เคียง มาร่วมชมบูธนิทรรศการ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย แก่เยาวชนรุ่นหลัง
                ๖) อาจจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติในส่วนภูมิภาค รวมกันทั้ง ๗๖ จังหวัด โดยมีเจ้าภาพ และสถานที่จัดงานเพียง ๑ จังหวัด และให้ทั้ง ๗๖ จังหวัดเข้าร่วมงาน ทำให้งานยิ่งใหญ่ และกำหนดระยะเวลาจัดงาน จำนวน ๕ วัน์
                ๗) สถานที่จัดงาน อาจจัดใน Hall, อาคาร, ศูนย์แสดงสินค้า, ห้างสรรพสินค้า โดยคำนึงถึงปัญหาด้านงบประมาณการขอสถานที่ในการจัดงานประกอบด้วย
                ๘) การจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ในรูปแบบเขตสุขภาพ มีการประสานงานคล่องตัวกว่าการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ในรูปแบบภาค์
                ๙) งบประมาณจังหวัดเจ้าภาพ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไม่เพียงพอในการจัดงาน ควรสนับสนุนงบประมาณเจ้าภาพมากขึ้นในปีถัดไป โดยเฉพาะงบประมาณการประชาสัมพันธ์ของจังหวัดเจ้าภาพและส่วนกลาง เป็นต้น