งานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ ๙ ปี ๒๕๕๘

ระหว่างวันที่ ๒-๔ เมษายน ๒๕๕๘

ณ โรงเรียนอนุบาลบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

-------------------------------------------


ความเป็นมา

 
  กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มอบหมายให้สำนักคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการประสานและดำเนินการจัดงานงานมหกรรมการแพทย์
แผนไทยแห่งชาติ ปี ๒๕๕๘ โดยในปีนี้เป็นปีแรกที่จัดงานงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติในระดับเขตสุขภาพ โดยเขตสุขภาพที่ ๙ ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ ร่วมกันดำเนินการจัด โดยมีจังหวัดบุรีรัมย์เป็นเจ้าภาพและดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ระหว่างวันที่ ๒-๔ เมษายน ๒๕๕๘ ณ โรงเรียนอนุบาลบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้ชื่องาน “แพทย์แผนไทยนครชัยบุรินทร์ วิถีถิ่นเซาะกราว” สรุปสาระสำคัญจากการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ ๙ ปี ๒๕๕๘ พอสังเขป ดังนี้
  ๑. นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเขตสุขภาพที่ ๙ เป็นประธานในพิธีเปิด
โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน บุคลากรสาธารณสุข สื่อมวลชนเครือข่ายบุคลากรด้านการแพทย์แผนไทย นักวิชาการ นักศึกษา ประชาชนและผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนประมาณ ๑๑,๒๐๐ คน โดยผู้เข้าร่วมงานเป็นไปตามเป้าหมาย แสดงให้เห็นถึงกระแสความสนใจงานด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก และสมุนไพร เป็นอย่างดี
  ๒. สาระสำคัญจากการจัดงาน ประกอบด้วยกิจกรรมนิทรรศการ วิชาการ สาธิตและ
ให้บริการ ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก คัดเลือกหมอพื้นบ้านดีเด่นระดับ เขต ๙ การประกวดนำเสนอผลงานวิชาการ การประกวดการประกอบอาหารสมุนไพร การประกวดแข่งกินผักสมุนไพรของเยาวชน
      ๒.๑ การจัดนิทรรศการงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ ๙
           เครือข่ายร่วมจัดนิทรรศการจำนวน ๔ จังหวัด ร่วมกันจัดให้บริการตรวจรักษาด้วย

แพทย์แผนไทย และมีการให้บริการฝังเข็มโดยสถาบันการแพทย์ไทยจีน มีการนำสมุนไพรเด่น อาหารเป็นยา ตำรับยาแผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก องค์ความรู้และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน จำนวน ๕๖ เรื่อง จำแนกเป็น ๖ ประเภท ได้แก่

           ๑) หมอพื้นบ้าน/ปราชญ์/ผู้รู้ (ประวัติ/กิจกรรม) จำนวน ๗ ราย เช่น หมอรักษาโรคมะเร็ง
หมอรักษาโรคพิษงู ฯลฯ
           ๒) ภูมิปัญญาฯ/องค์ความรู้ (ตำรับ/ตำรา/องค์ความรู้) จำนวน ๓๖ เรื่อง เช่น การนวดเท้า  ยาหอมนวโกศ ยาธาตุบรรจบ ยาหม่องไฟล ยาหอมเทพจิตร ฯลฯ
 

         ๓) ผักพื้นบ้าน/อาหารพื้นเมือง จำนวน ๑๐ รายการ เช่น น้ำตะไคร้ใบเตย น้ำฝางเสน ฯลฯ

           ๔) สมุนไพรทั้งสดและแห้ง จำนวน ๒ รายการ เช่น กำแพงเจ็ดชั้น ฝาง ฯลฯ
           ๕) นวัตกรรม จำนวน ๐ รายการ
           ๖) พิธีกรรม จำนวน ๑ รายการ ได้แก่ พิธีไหว้ครูแพทย์แผนไทย
      ๒.๒ เวทีกิจกรรม แสดงภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
           ๒.๒.๑ การแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยหมอพื้นบ้านจากจังหวัดนครราชสีมา
           ๒.๒.๒ การแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยหมอพื้นบ้านจากจังหวัดสุรินทร์
           ๒.๒.๓ การแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยหมอพื้นบ้านจากจังหวัดบุรีรัมย์ เรื่อง การแสดงกันตรึมเกลตา
(กันตรึมโดนตา)
      ๒.๓ เวทีเสวนาวิชาการ
           ๑) เสวนาวิชาการการดูแลแผลเรื้อรังด้วยการแพทย์ผสมผสาน ด้วยภูมิปัญญาการแพทย์พื้นบ้าน
      ๒.๔ การอบรมระยะสั้น
           ๒.๔.๑ การทำน้ำมันมะพร้าวและชาชงสมุนไพร จำนวน ๓๘ คน
           ๒.๔.๒ เทคนิคการรักษากลุ่มโรคกลุ่มอาการอย่างง่าย จำนวน ๕๑ คน
      ๒.๕ บูธจำหน่ายสินค้า มีเครือข่ายเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ
เวชสำอางและยาสมุนไพรจากภาคเอกชน จำนวน ๒๓ บูธ ประกอบด้วย
           ๑) บ้านหนองตาเข้ม อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
 

         ๒) ญาดา แป้นชุมแสง อาหารเพื่อสุขภาพ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

           ๓) กลุ่มสตรี บ้านหนองเกาะน้อย อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์
 

         ๔) ยุวดี เดชเจริญ อาหารเพื่อสุขภาพ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

 

         ๕) มาลี น้อยพลี อาหารเพื่อสุขภาพ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์

           ๖) หม่ำชัยภูมิ ศูนย์ผลิตปลาร้าของสมุนไพรปรุงสุก
           ๗) โรงเรียนบ้านหนองขวาง อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
           ๘) สมุนไพรเธอแอง
           ๙) จันดารา ศารากูล อาหารเพื่อสุขภาพ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์
           ๑๐) ของดีเมืองประคำ จังหวัดบุรีรัมย์
           ๑๑) เรณู ศรีโศก น้ำสมุนไพร อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์
           ๑๒) พี่แหม่ม งานคุ้มครองผู้บริโภค อาหารเพื่อสุขภาพ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
           ๑๓) บริษัทเวชพงษ์โอสถ (ฮกอันติ้ง)
           ๑๔) สมุนไพรบ้านบัว จังหวัดบุรีรัมย์
           ๑๕) บริษัทแก้วมังกรเภสัช
           ๑๖) หมอยาไทย ๑๐๑ ร้อยเอ็ด
           ๑๗) ศูนย์หมอเส็ง จังหวัดนคราชสีมา
           ๑๘) บริษัทพนาพัทธ
           ๑๙) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองโดน อำเภอลำปลายมาศ  จังหวัดบุรีรัมย์
           ๒๐) OTOP ผลิตภัณฑ์สุขภาพ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์
           ๒๑) OTOP ผลิตภัณฑ์สุขภาพ จังหวัดสุรินทร์
           ๒๒) OTOP ผลิตภัณฑ์สุขภาพ จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนคราชสีมา
           ๒๓) OTOP ผลิตภัณฑ์สุขภาพจังหวัดชัยภูมิ
  โดยมีรายได้จากการซื้อขายตลอดงาน ๓ วัน เฉลี่ยประมาณวันละ ๓๐,๐๐๐ บาท
      ๒.๖ การดำเนินกิจกรรม ตามโครงการฯ ดังกล่าว นับเป็นตัวอย่างการบูรณาการอย่างเป็น
รูปธรรม ระหว่างภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ชมรม สมาคม และยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การใช้การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพร ทั้งในระดับชุมชนท้องถิ่น สถานบริการ อันจะเป็นผลดีต่อระบบสุขภาพโดยรวมสู่เป้าหมายเชิงนโยบายในการผลักดันการแพทย์แผนไทยเป็นแพทย์แผนไทยหลัก
ของไทย สมตามเจตนารมณ์  เวทีจำหน่าย จ่ายแจก แลกเปลี่ยน สินค้าและบริการ  ระหว่างผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และที่สำคัญกว่านั้นการจัดงานดังกล่าว เป็นเวทีแสดงการเชิดชูเกียรติผู้ทรงภูมิความรู้ โดยเฉพาะหมอพื้นบ้าน อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้การแพทย์แผนไทย มีคุณภาพ มาตรฐาน ได้รับการยอมรับและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนและสังคมไทย พัฒนาสู่ระดับสากลสืบไป
 

         ๒.๖.๑ การประกวดคัดเลือกหมอไทยดีเด่นระดับเขต ได้แก่   
                 ๑) นายหนู วิเศษศักดิ์                         จังหวัดชัยภูมิ
                 ๒) นายสง่า จุฬารมย์                         จังหวัดนครราชสีมา
                 ๓) นายเทียม เพชรงาม                      จังหวัดสุรินทร์
                 ๔) นายสมุน โลภาพันธ์                       จังหวัดบุรีรัมย์

 

         ๒.๖.๒ หมอพื้นบ้านดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
                 ๑) นายสวัส เรืองทองดี                        จังหวัดสุพรรณบุรี
                 ๒) นางเล็ก แซ่เฉีย                           จังหวัดเพชรบุรี
                 ๓) นางมนัญญา สาคลาไคล                    จังหวัดสมุทรสงคราม
                 ๔) นายพัฒน์ โสวจันทร์                        จังหวัดสมุทรสาคร

 

         ๒.๖.๓ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแผนไทยดีเด่นระดับเขต ได้แก่
                  ๑) นายไพวัลย์ โคศรีสุทธิ์                     จังหวัดสุรินทร์

 

         ๒.๖.๔ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแผนไทยดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
                  ๑) นางสาวณิจธกาญจน์ พลวิชิต               จังหวัดชัยภูมิ
                  ๒) นางวิไล ประกอบกิจ                       จังหวัดนครราชสีมา
                  ๓) นางสาวสมใจ โจ๊ะประโคน                 จังหวัดบุรีรัมย์

           ๒.๖.๕ ผลการประกวดนำเสนอผลงานวิชาการ
                    รางวัลที่ ๑ นางสาวดอกรัก นนธิจันทร์ โรงพยาบาลกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เรื่อง กรณีศึกษาภูมิปัญญาของหมอเอี๊ยะ สวยกระสุนในการรักษาพิษงูด้วยยารับโลดทะนงแดง ในเขตอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์
                    รางวัลที่ ๒ นายไพวัลย์ โคศรีสุทธิ์  โรงพยาบาลกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เรื่อง กรณีศึกษานวัตกรรมการแปรรูปยาสมุนไพรให้เหมาะกับแผลผู้ป่วยในโรงพยาบาลกาบเชิง
                    รางวัลที่ ๓ นางสาวสุบงกช สุวรรณทอง โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา เรื่อง การศึกษาการลดอาการคัดตึงเต้านมในมารดาหลังคลอดโดยศาสตร์การแพทย์แผนไทยประยุกต์
 

         ๒.๖.๖ ผลการประกวดการประกอบอาหารสมุนไพร
                  รางวัลที่ ๑ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์
                  รางวัลที่ ๒ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา
                  รางวัลที่ ๓ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดบุรีรัมย์

 

         ๒.๖.๗ ผลการประกวดแข่งกินผักสมุนไพรของเยาวชน
                  รางวัลที่ ๑ ด.ช. ธีรภัทร จิรมลทิล
                  รางวัลที่ ๒ ด.ช. ภานุพงศ์ พาชื่น
                  รางวัลที่ ๓ ด.ญ. สุธิดา อ่อนน้อม

      ๒.๗ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการจัดงาน
           ๒.๗.๑ ปัญหา อุปสรรค
                    ๑) มีงานประจำจังหวัดจัดในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกับการจัดงานมหกรรม หรือใกล้สถานที่จัดงานมหกรรม มีข้อเสนอว่า ควรจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยก่อนงานประจำปี หรือ
จัดระยะเวลาให้เหมาะสมสอดคล้องกัน
           ๒.๗.๒ ข้อเสนอแนะ
                    ๑) ส่วนเวทีกลาง ควรมีกิจกรรมหรือการแสดงบนเวที เช่น วงดนตรีโฟกซอง การแสดงต่างๆ ฯลฯ
                    ๒) การจัดแสดงนิทรรศการของแต่ละบูธ มีการนำเสนอหลากหลาย เนื้อหาไม่ซ้ำซ้อนกัน แสดงว่า จังหวัดบุรีรัมย์และเครือข่าย ได้มีการคัดเลือกจุดเด่นของแต่ละเครือข่ายมานำเสนอได้ดี
                    ๓) ควรรวมเขต ๗ และเขต ๘ เข้าร่วมกันในการจัดงานในครั้งเดียวกัน
เพื่อจะได้มีจังหวัดมาออกบูธนิทรรศการ มีความหลากหลายของบูธนิทรรศการเพิ่มมากขึ้น
                    ๔) ระยะเวลาของการจัดงาน จำนวน ๓ วัน มีความเหมาะสมในการจัดงาน
                    ๕) การเชิญเข้ามาร่วมงาน ควรให้นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่ใกล้เคียง มาร่วมชมบูธนิทรรศการ เพราะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการเชิญอสม. เข้ามาร่วมงาน
                    ๖) อาจจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติในส่วนภูมิภาค รวมกันทั้ง ๗๖ จังหวัด โดยมีเจ้าภาพ สถานที่จัดงานเพียง ๑ จังหวัด และให้ทั้ง ๗๖ จังหวัดเข้าร่วมงาน ทำให้งานยิ่งใหญ่ และระยะเวลาจัดงานจำนวน ๕ วัน
                    ๗) สถานที่จัดงาน อาจจัดใน Hall, อาคาร, ศูนย์แสดงสินค้า, ห้างสรรพสินค้า แต่ก็จะมีปัญหาในส่วนของงบประมาณการขอสถานที่ในการจัดงาน
                    ๘) การจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ในรูปแบบเขตสุขภาพ มีการประสานงานคล่องตัวกว่าการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ในรูปแบบภาค
                    ๙) งบประมาณจังหวัดเจ้าภาพ ๑ ล้านบาท ไม่เพียงพอในการจัดงาน
ซึ่งได้ตัดกิจกรรมออกไปหลายรายการ ในปีถัดไป อาจเพิ่มการสนับสนุนงบประมาณเจ้าภาพมากขึ้น โดยเฉพาะงบประมาณการประชาสัมพันธ์ของจังหวัดเจ้าภาพและส่วนกลาง เป็นต้น
           ๒.๗.๓ ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประเมินผลการจัดงาน รวมทั้งเสนอแนวทางการดำเนินงานในปีถัดไป โดยเสนอ ๔ จังหวัด ตามลำดับดังนี้
                    ๑) จังหวัดชัยภูมิ
                    ๒) จังหวัดสุรินทร์
                    ๓) จังหวัดนครราชสีมา
                    ๔) จังหวัดบุรีรัมย์
 

              ทั้งนี้ต้องประสานผู้บริหารแต่ละจังหวัดอีกครั้ง ในการเสนอรับเป็นจังหวัดเจ้าภาพในปีถัดไป ทั้งนี้ต้องจัดงานภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๘ – มกราคม ๒๕๕๙