งานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ 4 ปี 2558

ระหว่างวันที่ 25 – 27 มีนาคม 2558

ณ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร จังหวัดสิงห์บุรี

-------------------------------------------


ความเป็นมา

 

                  กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มอบหมายให้สำนักคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการประสานและดำเนินการจัดงานงานมหกรรมการแพทย์ แผนไทยแห่งชาติ ปี 2558 โดยในปีนี้เป็นปีแรกที่จัดงานงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติในระดับเขตสุขภาพ โดยเขตสุขภาพที่ 4 ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดสิงห์บุรี นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง นครนายก ร่วมกันดำเนินการจัด โดยมีจังหวัดสิงห์บุรีเป็นเจ้าภาพและดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2558 ณ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร จังหวัดสิงห์บุรี ภายใต้ชื่องาน “บางระจันถิ่นคนกล้า นำการแพทย์แผนไทยเป็นหนึ่ง” สรุปสาระสำคัญจากการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ 4 ปี 2558 พอสังเขป ดังนี้
                  1. นายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ สาธารณสุขนิเทศเขตสุขภาพที่ 4 เป็นประธานในพิธีเปิด โดยนายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี เป็นผู้กล่าวรายงาน มีคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน บุคลากรสาธารณสุข สื่อมวลชนเครือข่ายบุคลากรด้านการแพทย์แผนไทย นักวิชาการ นักศึกษา ประชาชนและผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนประมาณ 10,473 คน โดยผู้เข้าร่วมงานเป็นไปตามเป้าหมาย แสดงให้เห็นถึงกระแสความสนใจงาน                  ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก และสมุนไพร เป็นอย่างดี
                  2. สาระสำคัญจากการจัดงาน ประกอบด้วยกิจกรรมนิทรรศการ วิชาการ สาธิตและให้บริการ ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก คัดเลือกหมอพื้นบ้านดีเด่นระดับ เขต 4 การประกวดการทำลูกประคบสมุนไพร
                     2.1 การจัดนิทรรศการงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยเขตสุขภาพที่ 5 เครือข่ายร่วมจัดนิทรรศการจำนวน 8 จังหวัด ร่วมกันจัดให้บริการตรวจรักษาด้วยแพทย์แผนไทย และมีการให้บริการฝังเข็มโดยสถาบันการแพทย์ไทยจีน มีการนำสมุนไพรเด่น อาหารเป็นยา ตำรับยาแผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก องค์ความรู้และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน จำนวน 44 เรื่อง จำแนกเป็น 6 ประเภท ได้แก่
                         1) หมอพื้นบ้าน/ปราชญ์/ผู้รู้ (ประวัติ/กิจกรรม) จำนวน 4 ราย เช่น หมอตอกเส้น,หมอรักษาโรคริดสีดวงทวาร, หมอรักษาโรคไมเกรน, ฯลฯ
                         2) ภูมิปัญญาฯ/องค์ความรู้ (ตำรับ/ตำรา/องค์ความรู้) จำนวน 17 เรื่อง เช่น ยาพอกยาเครื่องเย็น การเผายาสมุนไพร การสุมยาสมุนไพร การรมยาสมุนไพร ฯลฯ
                         3) ผักพื้นบ้าน/อาหารพื้นเมือง จำนวน 11 รายการ เช่น ยำสมุนไพร น้ำตรีผลา ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนสมุนไพร น้ำสมุนไพร ฯลฯ
                         4) สมุนไพรทั้งสดและแห้ง จำนวน 10 รายการ เช่น เสลดพังพอน หนุมานประสานกาย กาบหอยแครง ฯลฯ
                         5) นวัตกรรม จำนวน 2 รายการ เช่น ไอติมหลอดสมุนไพร น้ำมันรากขัดมอน ฯลฯ
                         6) พิธีกรรม จำนวน - รายการ  

                     2.2 เวทีกิจกรรม แสดงภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
                         2.2.1 การแสดงพื้นเมืองพื้นบ้านชุด “ระบำขวัญข้าว”  
                         2.2.2 การแสดงพื้นเมืองพื้นบ้านชุด “คนไทยรักแผ่นดิน” 
                         2.2.3 การแสดงพื้นเมืองพื้นบ้านชุด “รำไทยพวน” 
                     2.3. เวทีเสวนาวิชาการ
                         1) เสวนาวิชาการภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านและตัวแทนเครือข่าย 8 จังหวัด โดยนางเสาวนีย์  กุลสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย
                         2) บรรยายวิชาการเรื่อง แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้มีคุณภาพ โดยภก.สมนึก  สุชัยธนาวนิช ผู้อำนวยการกองยาแผนไทยและสมุนไพร
                         3)  บรรยายวิชาการเรื่อง ศาสตร์การแพทย์แผนจีนและการแพทย์ทางเลือก โดยนายแพทย์ธวัช  บูรณถาวรสม ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์ไทย-จีน
                         4)  เสวนาวิชาการ เรื่อง การดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ โดยนางสาวพรรณี  วิญญกูล  โรงพยาบาลอินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
                     2.4 บูธจำหน่ายสินค้า มีเครือข่ายเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ
เวชสำอางและยาสมุนไพรจากภาคเอกชน จำนวน 12 บูธ ประกอบด้วย
                         1) OTOP สระบุรี
                         2) OTOP อินทร์บุรี สิงห์บุรี
                         3) ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พรมจันทร์
                         4) ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง สะไบนาง
                         5) ผลิตภัณฑ์ยาฟอกเลือด ตราสิงห์แดง
                         6) ไอติมมะพร้าวน้ำหอม
                         7) ไอติมโบราณ
                         8) ร้านเครื่องจักรสาน
                         9) ข้าวไรซ์เบอร์รี่
                         10) ร้านลูกชิ้นทิพรส
                         11) กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจำปาทอง จังหวัดสิงห์บุรี
                         12) ร้านต้นไม้ สมุนไพร                     
โดยมีรายได้จากการซื้อขายตลอดงาน 3 วัน เฉลี่ยประมาณวันละ 25,000 บาท
                     2.5 สถาบันการแพทย์แผนไทย – จีน กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้จัดบูธนิทรรศการ ให้บริการการฝังเข็ม โดยตลอดงาน 3 วัน มีผู้เข้ามารับบริการจำนวน 260 คน
                     2.6 การดำเนินกิจกรรม ตามโครงการฯ ดังกล่าว นับเป็นตัวอย่างการบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม ระหว่างภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ชมรม สมาคม และยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การใช้การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพร ทั้งในระดับชุมชนท้องถิ่น สถานบริการ อันจะเป็นผลดีต่อระบบสุขภาพโดยรวมสู่เป้าหมายเชิงนโยบายในการผลักดันการแพทย์แผนไทยเป็นแพทย์แผนไทยหลักของไทย สมตามเจตนารมณ์  เวทีจำหน่าย จ่ายแจก แลกเปลี่ยน สินค้าและบริการ  ระหว่างผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และที่สำคัญกว่านั้นการจัดงานดังกล่าว เป็นเวทีแสดงการเชิดชูเกียรติผู้ทรงภูมิความรู้ โดยเฉพาะหมอพื้นบ้าน อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้การแพทย์แผนไทย มีคุณภาพ มาตรฐาน ได้รับการยอมรับและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนและสังคมไทย พัฒนาสู่ระดับสากลสืบไป
                          2.6.1 การประกวดคัดเลือกหมอไทยดีเด่นระดับเขต ได้แก่   
                                1) นายชาญวุฒิ  พันธุ์สายศรี                จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
                          2.6.2 หมอพื้นบ้านดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
                                1) นายศิริมงคล  ตอบงาม                   จังหวัดนนทบุรี
                                2) นายธนันท์ณัฏฐ์  พุ่มเจริญ                จังหวัดสระบุรี
                                3) นายธเนศ  ประกอบ                       จังหวัดนครนายก
                                4) นายบุญทิ้ง  ปานประไพ                  จังหวัดอ่างทอง
                          2.6.3 เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแผนไทยดีเด่นระดับเขต ได้แก่
                                1) นางเพชร  มนต์กันภัย                     จังหวัดนครนายก
                          2.6.4 เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแผนไทยดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่
                                1) นางสุรีย์พร  สีลพนัง                       จังหวัดพระนครศรีอยุธยา                                
                                2) นางอรุณ  วารีศรี                          จังหวัดสระบุรี
                                3) นางสาวกฤษณา  แสงนาค                จังหวัดอ่างทอง
                                4) นายศุภนันท์  มินวงศ์                     จังหวัดสิงห์บุรี
                                5) นางสาวสาวิตรี  บัวแก้ว                  จังหวัดนนทบุรี            
                          2.6.5 มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติหมอพื้นบ้าน
                                1) นายจรัญ  พันธ์สายศรี                    จังหวัดพระนครศรีอยุธยา                                                                 2) นายลือชัย  กาลัญญุตานนท์              จังหวัดสิงห์บุรี
                                3) นางรัตนาวดี  อินทรถาวร                จังหวัดอ่างทอง
                                4) นายจำรัส  สวัสดิ์นพรัตน์                 จังหวัดนครนายก
                                5) นายกิตติพัฒน์  วรสกุล                   จังหวัดสระแก้ว 
                          2.6.6 การประกวดการทำลูกประคบสมุนไพร
                                รางวัลที่ 1 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง                                                                                               รางวัลที่ 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี
                                รางวัลที่ 3 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี
                  2.7 ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการจัดงาน
                          2.7.1 ปัญหา อุปสรรค
                                1) สถานที่การจัดงานไม่ตรง กับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เนื่องจากทางวัดให้จัดงานเฉพาะวันธรรมดา จึงจำเป็นต้องกำหนดวันพุธ-ศุกร์ เป็นวันจัดงานมหกรรมฯ
                                2) การโอนเงิน 1,000,000 บาท มีความล่าช้า เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนจังหวัดเป้าหมาย
                          2.7.2 ข้อเสนอแนะ
                                1) ควรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างภูมิภาค เช่น ภาคใต้ จัดงานที่ภาคกลาง ภาคอีสานจัดงานที่ภาคเหนือ เปลี่ยนจากการจัดงานมหกรรมตามภูมิภาคของแต่ละเขต                                                   
                                2) ระยะเวลาการเตรียมงานกระชั้นจนเกินไป ทำให้งานในบางกิจกรรมไม่สามารถดำเนินการได้ 
                                3) ขาดความหลากหลายในแต่ละบูธ นำเสนอผลงานซ้ำๆ
                                4) อยากให้มีเวทีเสวนามากขึ้นและจัดบนลานให้ประชาชนมีส่วนร่วม
                                5) เสนอให้ขอรถเพื่อไปศึกษาดูการจัดงานในเขตอื่นๆ ด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูล และศึกษาการจัดงานในแต่ละเขต
                                6) ควรจัดงานช่วงวันวันหยุดเช่น เสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้มีผู้เข้าชมมากขึ้น
                                7) ควรจัดงานมหกรรมฯ ในช่วงเดือน ธันวาคม 2558 – มกราคม 2559                                                                    8) ควรให้เวียนจังหวัดเจ้าภาพจัดงานมหกรรมฯ ตามลำดับดังนี้
                                   8.1) จังหวัดลพบุรี
                                   8.2) จังหวัดอ่างทอง
                                   8.3) จังหวัดสระบุรี
                                   8.4) จังหวัดนครนายก
                                   8.5) จังหวัดนนทบุรี
                                   8.6) จังหวัดปทุมธานี
                                   8.7) จังหวัดอยุธยา
                                   8.8) จังหวัดสิงห์บุรี                                   
ทั้งนี้ ต้องประสานผู้บริหารแต่ละจังหวัดยืนยันอีกครั้ง และเป็นไปตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุขและกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ปี 2559