จากงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี ๒๕๕๗

ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๗  ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร

-------------------------------------------

ความเป็นมา

        กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมอบหมายให้สำนักคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์
แผนไทย ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักในการประสานและดำเนินการจัดงานงานมหกรรมการแพทย์แผน
ไทยแห่งชาติ ระดับภูมิภาค ปี ๒๕๕๗ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๗ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร ภายใต้ชื่องาน
“รวมพลังแพทย์แผนไทยอีสาน สู่ปณิธานเป็นแพทย์แผนหลักของไทย”

ข้อพิจารณา

     สาระสำคัญจากการจัดงานมหกรรมการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ปี ๒๕๕๗ พอสังเขป ดังนี้

     ๑. นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิด
โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน บุคลากรสาธารณสุข สื่อมวลชน
เครือข่ายบุคลากรด้านการแพทย์แผนไทย อาสาสมัครสาธารณสุข นักวิชาการ เยาวชน นักศึกษา
ประชาชนและผู้สนใจทั่วไป จำนวน ๔๘,๕๐๐ คน ในจำนวนดังกล่าว มีอาสาสมัครสาธารณสุข
จำนวน ๒๕,๐๐๐ คน โดยผู้เข้าร่วมงานเป็นไปตามเป้าหมาย แสดงให้เห็นถึงกระแสความสนใจงาน
ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก และสมุนไพร เป็นอย่างดี

     ๒. สาระสำคัญจากการจัดงาน ประกอบด้วยกิจกรรมนิทรรศการ เสวนาวิชาการ สาธิตและให้บริการ
ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก อบรมระยะสั้น ประกวดแข่งขัน ชิงรางวัล นำเสนอผลงานเด่นเป็นต้นแบบด้านการแพทย์แผนไทย และจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เวชภัณฑ์
และสมุนไพร

          ๒.๑ การจัดนิทรรศการของเครือข่ายภาครัฐ
          เครือข่ายร่วมจัดนิทรรศการจำนวน ๒๖ เครือข่าย มีการนำสมุนไพรเด่น อาหาร เป็นยา ตำรับยา
แผนไทย และนวัตกรรมการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก องค์ความรู้และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน จำนวน ๑๐๙ เรื่อง จำแนกเป็น ๖ ประเภท
ได้แก่

               ๑) หมอพื้นบ้าน/ปราชญ์/ผู้รู้ (ประวัติ/กิจกรรม) จำนวน ๑๖ คน ได้แก่ หมอเหยา หมอเลียกไข่
หมอนวดไทย หมอยาสมุนไพร เป็นต้น

               ๒) ภูมิปัญญาฯ/องค์ความรู้ (ตำรับ/ตำรา/องค์ความรู้) จำนวน ๒๕ เรื่อง ประกอบด้วย ตำรับยา
รักษามะเร็งของกรมฯ ตำรับยารักษามะเร็งวัดคำประมง ตำรับยาคลายเส้น ตำรับยา แก้ปวดขา ตำรับยาหมามุ่ย
ยาต้ม แก้ปวดเมื่อย ฯลฯ

               ๓) ผักพื้นบ้าน/อาหารพื้นเมือง จำนวน ๒๔ รายการ ได้แก่ ปอเปี๊ยะบัวบก น้ำบัวบก วุ้นหมากจอก
(สำรอง) เป็นต้น

               ๔) สมุนไพรทั้งสดและแห้ง จำนวน ๒๘ รายการ ได้แก่ ดีปลี เร่ว กระวาน กำลังวัวเถลิง เถาวัลย์เปรียง
กวาวเครือขาว กวาวเครือแดง กำแพงเจ็ดชั้น ว่านเสน่ห์จันทน์หอม ฝาง มะตูม โคคลาน ม้ากระทืบโรง ฯลฯ  

               ๕) วัฒนธรรมพื้นบ้าน/พิธีกรรม จำนวน ๓ รายการ ได้แก่ การเหยา การเลียกไข่ เป็นต้น 
               ๖) นวัตกรรม จำนวน ๑๓ รายการ ได้แก่ นวัตกรรมมะกรูดหอม นวัตกรรมลูกแก้วนวดเท้า
หมอไม้ประจำบ้าน เตียงอยู่ไฟพลังงานไฟฟ้า บราลูกประคบ เป็นต้น
          ๒.๒ ลานสกลนคร นวด ฝังเข็ม ผักพื้นบ้าน อาหารเป็นยา
              แบ่งเป็น ๔ ส่วน ได้แก่ คลินิกฝังเข็ม ลานนวด ลานหมอพื้นบ้าน และลานอาหาร  เป็นยา
                      ๒.๒.๑  คลินิกฝังเข็ม : เป็นการให้บริการฝังเข็มแก่ผู้เข้าร่วมงานที่สนใจ    
โดยจัดรูป แบบคลินิก และให้บริการฝังเข็มเช่นเดียวกับการรักษาในสถานพยาบาล
                      ๒.๒.๒  ลานนวด : ประกอบด้วยการนวด ๓ ประเภท ได้แก่
                             ๑) นวดตัว โดยแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลสกลนคร
                             ๒) นวดฝ่าเท้า โดยคลินิกแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก
โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร
                             ๓) นวดนาคราชคืนชีพ หรือนวดรักษาโรคสมรรถภาพทางเพศชายหย่อน
โดยโรงพยาบาลพังโคน
                      ๒.๒.๓  ลานหมอพื้นบ้าน : ชมรมหมอพื้นบ้านจังหวัดสกลนครร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย จัดแสดงตัวอย่างสมุนไพรหายาก และผลิตภัณฑ์แก่ผู้สนใจ อาทิ แม่จันลี
เปลี่ยนเอก หมอไทยดีเด่นแห่งชาติ ปี ๒๕๕๖ ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคอัมพฤกษ์อัมพาต พ่อพรมมา
จันทะแสน การจดบันทึกตำรับยาแผนไทยด้วยการจารใบลาน เป็นต้น
                      ๒.๒.๔  ลานอาหารเป็นยา : จัดแสดงอาหารที่มีสรรพคุณทางยาหลากหลายเมนู
อาทิ ขนมจีนน้ำยาถั่วเหลือง เมี่ยงคำสมุนไพร แกงหน่อไม้ใบย่านาง หมกไข่ใส่เห็ด ต้มไก่บ้านยอดมะขาม
เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานเครือข่ายในจังหวัดสกลนครร่วมจัดนิทรรศการ แสดงตัวอย่างสมุนไพรแห้ง
ผลิตภัณฑ์สมุนไพร น้ำหมักชีวภาพ นวัตกรรมการนวดเท้าด้วยขวดน้ำ สมุนไพรล้างพิษ
         ๒.๓ การจำหน่ายสินค้าเครือข่ายภาคเอกชน  จำนวน ๘๐ บูธ แบ่งเป็น

               ๑. สินค้าประเภทผลิตภัณฑ์สุขภาพ ๒๘ บูธ

               ๒. สินค้าประเภทเวชสำอาง ๗ บูธ

               ๓. สินค้าประเภทสมุนไพรแห้ง ๑๕ บูธ

               ๔. สินค้าประเภทต้นสมุนไพร ๔ บูธ

               ๕. สินค้าประเภท OTOP (SME) ๓๒ บูธ

         ๒.๔ การประชุมวิชาการ/เสวนาวิชาการ เวทีกลางมีการจัดกิจกรรม ดังนี้     
               ๑) เสวนาการดำเนินงานของจังหวัดต้นแบบแพทย์แผนไทย
               ๒) นำเสนอผลงานวิชาการ จำนวน ๒๙ เรื่อง ได้แก่ การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน การนวดรักษา การดูแลสตรีตั้งครรภ์/มารดาหลังคลอด  การฝึกกายบริหารด้วยฤๅษีดัดตน การนำเสนอระบบบริการ
ด้านการแพทย์แผนไทย เช่น การตั้งคลินิกเวชกรรมไทย  การนำเสนอนวัตกรรม เช่น แผ่นบรรเทาปวด
ไม้นวดเท้า ถุงถั่วออกกำลัง เป็นต้น
               ๓) สาธิตการรักษาด้วยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน จำนวน ๑๕ เรื่อง
               ๔) อบรมหลักสูตรการปลูกพืชสมุนไพรตามแนวเกษตรอินทรีย์
               ๕) อบรมหลักสูตรต้านมะเร็งสำหรับประชาชน
               ๖) อบรมหลักสูตรการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม
         จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า ผู้เข้ารับการอบรม/ฟังบรรยายหัวข้อวิชาการเต็มจำนวน ที่นั่งทุกห้อง
และทุกหัวข้อเรื่อง แสดงให้เห็นถึงความสนใจด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือก
และสมุนไพร เป็นอย่างดี
              ๒.๕ อบรมระยะสั้น
                    ๒.๕.๑ หอประชุมวชิราลงกรณ โดยเวทีกลางหอประชุมวชิราลงกรณ ได้นำเสนอจังหวัด
ต้นแบบแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและอาโรคยศาล วัดคำประมง สาธิตการรักษาด้วย
การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อบรมหลักสูตรต้านมะเร็งสำหรับประชาชน การการล้างพิษ
                    ๒.๕.๒ ห้องประชุมย่อยอาคาร ๑๐ ชั้น ๕ มีการจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้นสำหรับบุคลากร
และประชาชนผู้สนใจ จำนวน ๓๗ หลักสูตร โดยได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน
              ๒.๖ การดำเนินกิจกรรม ตามโครงการฯ ดังกล่าว นับเป็นตัวอย่างการบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม ระหว่างภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ชมรม สมาคม และยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การใช้
การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือกและสมุนไพร ทั้งในระดับชุมชนท้องถิ่น สถานบริการ อันจะเป็นผลดีต่อระบบสุขภาพโดยรวมสู่เป้าหมายเชิงนโยบายในการผลักดันการแพทย์แผนไทยเป็นแพทย์
แผนไทยหลักของไทย สมตามเจตนารมณ์  เวทีจำหน่าย จ่ายแจก แลกเปลี่ยน สินค้าและบริการ  
ระหว่างผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และที่สำคัญกว่านั้นการจัดงานดังกล่าว เป็นเวทีแสดงการเชิดชูเกียรติ
ผู้ทรงภูมิความรู้ โดยเฉพาะหมอพื้นบ้าน เป็นเวทีเสาะแสวงหาหน่วยงานหรือสถานบริการต้นแบบด้านการแพทย์
แผนไทย ที่เป็นตัวอย่างการพัฒนาการแพทย์แผนไทย อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้การแพทย์
แผนไทย มีคุณภาพ มาตรฐาน ได้รับการยอมรับและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนและสังคมไทย พัฒนาสู่ระดับ
สากลสืบไป

ข้อเสนอ
           ๑) ควรสนับสนุนการจัดงานฯ ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยเสาะแสวงหากลวิธีที่เหมาะสม พื้นที่ที่มีศักยภาพ นำไปสู่การจัดทำแผนการดำเนินงานร่วมกัน  กำหนดระยะเวลาและช่วงเวลาที่สอดคล้อง   กับงานสำคัญของพื้นที่แต่ละภูมิภาค

           ๒) มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานการดำเนินการต่อไป