การประชุมคณะอนุกรรมการอนุรักษ์สมุนไพรและถิ่นกำเนิด (สัญจร) ครั้งที่ ๒/๒๕๕๖

ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๖

ณ จังหวัดพะเยาและจังหวัดเชียงราย

-------------------------------------------


ผศ. (พิเศษ) ดร.นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
  เป็นประธานการประชุม

กลุ่มเป้าหมาย  ได้แก่ คณะอนุกรรมการฯ จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๒๕ คน

วัตถุประสงค์  เพื่อ

๑. รับทราบ
  ๑.๑ ความก้าวหน้าผลการดำเนินงานพื้นที่เป้าหมายการอนุรักษ์ คุ้มครอง และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสมุนไพร
และถิ่นกำเนิด ปีงบประมาณ ๒๕๕๖
  ๑.๒ วัตถุประสงค์และขอบเขตการประเมินผลการดำเนินงานพื้นที่เขตอนุรักษ์ตามแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรฯ
ตามมติคณะรัฐมนตรี ๒๕ พื้นที่
  ๑.๓
ข้อมูลและความเห็นทางวิชาการผลการศึกษาสถานการณ์สมุนไพรและถิ่นกำเนิดนอกเขตอนุรักษ์
ประกอบการยกร่างกฎกระทรวงประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสมุนไพร พ.ศ. ....  ตามมาตรา ๖๑
โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองสมุนไพรหรือใช้ประโยชน์จากสมุนไพร
  ๑.๔ (ร่าง) แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๕๙ แผนระยะสั้น
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒
     -  พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา กิ่งอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง
     -  พื้นที่ป่าชุมชนบ้านท่าสามัคคี ตำบลแม่ถอด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
  ๑.๕ แผนการดำเนินงานอนุรักษ์ คุ้มครอง สมุนไพรและถิ่นกำเนิด ปี ๒๕๕๗-๒๕๕๙
     
๒. พิจารณา
  ๒.๑ (ร่าง) แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๕๙

ผลที่ได้รับ

๑. คณะอนุกรรมการรับทราบ
  ๑.๑ ความก้าวหน้าผลการดำเนินงานพื้นที่เป้าหมายการอนุรักษ์ คุ้มครอง และส่งเสริมการใช้ประโยชน์
จากสมุนไพรและถิ่นกำเนิด ปีงบประมาณ ๒๕๕๖
     - ตรวจเยี่ยมพื้นที่ป่าชุมชนห้วยแม่ผง ตำบลบ้านถ้ำ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นพื้นที่เขตอนุรักษ์
ตามมาตรา ๕๗ และได้รับการจดทะเบียนเป็นป่าชุมชน มีจุดเด่นกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น
ทุกภาคส่วน ผู้นำ เครือข่ายภาคประชาชนในการอนุรักษ์ เฝ้าระวังภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรธรรมชาติ
นับเป็นต้นแบบการบูรณาการที่เกิดขึ้นจริงในระดับพื้นที่
  ๑.๒ วัตถุประสงค์และกรอบการประเมินผลการดำเนินงานพื้นที่เขตอนุรักษ์ตามแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรฯ
ตามมติคณะรัฐมนตรี ๒๕ พื้นที่ โดยเสนอแนะให้เพิ่มเติมของเขตการประเมินผลครอบคลุม ๔ ประเด็น ได้แก่
     - ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานตามแผนจัดการฯ ที่ผ่านมา
     - สถานการณ์ของพืชสมุนไพรที่ควรส่งเสริมหรือขยายพันธุ์ นำเข้าหรือปลูกทดแทน จำนวนของแต่ละประเภท
หรือชนิด ปริมาณการนำเข้าหรือปลูกทดแทน
     - ความเหมาะสมของชนิดสมุนไพรที่จะปลูกในแต่ละพื้นที่ (Mapping)
     - ชนิดของสมุนไพร ที่ควรนำมาปลูกหรือขยายพันธุ์นอกระบบนิเวศตามธรรมชาติ
  ๑.๓ ควรเร่งรัดส่งเสริมการปลูกหรือขยายพันธุ์ เช่น จันทน์แดง โกฐทั้ง ๙ เถาวัลย์เปรียง เนระพูสี ลักจั่น ถั่วดินโคก
เทพธาโร มะตูมนิ่ม เร่ว ขันทองพยาบาท ชะเอมไทย ชิงชี่ เถาเอ็นอ่อน เจตพังคี มะหาด นางแย้มป่า ปลาไหลเผือก
มะคังแดง สารภีป่า หัวร้อยรู อบเชย ฯลฯ รวมทั้งพืชสมุนไพรอื่นที่มีข้อมูลหรือรายงานการใช้ในตำรับยาจำนวนมาก
เพื่อทดแทนปริมาณนำเข้าจากต่างประเทศ
  ๑.๔ ชนิดสมุนไพรที่มีศักยภาพสูงในทางเศรษฐกิจ เช่น สมุนไพร Champion Product ตามนโยบายและยุทธศาสตร์
รวมทั้งข้อมูลส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรต่างๆ อย่างน้อย ๓๐ รายการ เช่น หมากทั้งสดและแห้ง พริกไทย
อบเชย ลูกจันทน์ กระวาน กานพลู เร่ว ขิง ขมิ้น มังคุด กระชาย มากกว่า ๗๕ ล้านตัน/ปี
มูลค่ามากกว่า ๒,๑๑๐ ล้านบาท (ปี ๒๕๕๓ : กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการส่งออก)
  ๑.๕ ข้อมูลและความเห็นทางวิชาการผลการศึกษาสถานการณ์สมุนไพรและถิ่นกำเนิดนอกเขตอนุรักษ์
ประกอบการยกร่างกฎกระทรวงประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสมุนไพร พ.ศ. ....  ตามมาตรา ๖๑
โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองสมุนไพรหรือใช้ประโยชน์จากสมุนไพร
โดยมีข้อเสนอแนะให้ตรวจสอบลักษณะประเภทของพื้นที่นอกเขตอนุรักษ์ทั้ง ๔ แห่ง ดังกล่าวว่าเป็นพื้นที่
ในเขตหรือนอกเขตอนุรักษ์ ก่อนนำไปยกร่างประกาศต่อไป
  ๑.๖ (ร่าง) แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๕๙ แผนระยะสั้น
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒
   
-
พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา กิ่งอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง
   
-

พื้นที่ป่าชุมชนบ้านท่าสามัคคี ตำบลแม่ถอด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง โดยอยู่ระหว่างนำเสนอคณะรัฐมนตรี
ให้ความเห็นชอบต่อไป

  ๑.๗ แผนการดำเนินงานอนุรักษ์ คุ้มครอง สมุนไพรและถิ่นกำเนิด ปี ๒๕๕๗-๒๕๕๙ ซึ่งจะใช้เป็นกรอบ
ในการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ คุ้มครองต่อไป

๒. พิจารณาและให้ข้อเสนอแนะในการทบทวน

    (ร่าง) แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๕๙ โดยมีข้อสังเกต
   
-
ให้ทบทวนทิศทางการดำเนินงานในพื้นที่เขตอนุรักษ์ ซึ่งอาจมีความซ้ำซ้อนกับกลไกการดำเนินงาน
ของพื้นที่เขตอนุรักษ์ในกำกับดูแลของกฎหมายอื่น
   
-
ให้กำหนดตัวชี้วัด เป้าหมาย การดำเนินงานให้ชัดเจน
   
-
ให้พิจารณาลำดับความสำคัญของพื้นที่ที่มีสมุนไพรอยู่ในขั้นวิกฤตหรือถูกบุกรุกทำลายเป็นลำดับต้นๆ
ในการดำเนินงานก่อนพื้นที่อื่น เพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ของสมุนไพรพื้นที่นั้น

๓. ข้อเสนอแนะจากกระทรวงสาธารณสุขไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  ๑. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้) ซึ่งมีกฎหมายเข้มข้นกำกับดูแลปกป้อง
ป้องปรามการบุกรุกทำลายแผ่วถางพื้นที่เขตอนุรักษ์ครอบคลุมทั่วประเทศ ให้ความสำคัญกับสมุนไพร
(พืช สัตว์ แร่ธาตุ จุลชีพ) ที่อยู่ในเขตพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากพรรณพืช พันธุ์สัตว์ หรือพันธุ์ไม้ขนาดใหญ่
รวมทั้งสนับสนุนการขยายพันธุ์ทั้งในและนอกถิ่น (Ex-situ หรือ In-situ)
  ๒. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมวิชาการเกษตร กำกับดูแลกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช และกรมส่งเสริมการเกษตร)
ในการสนับสนุนการปลูกหรือขายพันธุ์พืชสมุนไพรเพิ่มขึ้น ทั้งพืชสมุนไพรที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ หรือพืชสมุนไพร
ที่มีศักยภาพทางการวิจัยหรือทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยสนับสนุนข้อมูลวิชาการและการปลูก
หรือขยายพันธุ์ชนิดสมุนไพรที่มีความเหมาะสมที่จะปลูกในแต่ละพื้นที่ (Mapping)
  ๓. กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ร่วมลงนามบันทึก
ข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการอนุรักษ์ คุ้มครองและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรและถิ่นกำเนิด
กับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔
ณ อาคารัฐสภา โดยเป็นความร่วมมือทางวิชาการ ๓ ฝ่าย ระยะเวลา ๓ ปี เพื่อเป็นกลไกเอื้อต่อการดำเนินงานในพื้นที่

IMG_6378 IMG_6448 31 18 17 16 19 26 27 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 20 21 22 23 24 29 30 32 33 25 28 lightbox photo gallery freeby VisualLightBox.com v5.7