สรุปสาระสำคัญ

การประชุมคณะอนุกรรมการอนุรักษ์สมุนไพรและถิ่นกำเนิด ครั้งที่ ๒/๒๕๕๕ 

เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕

เวลา ๐๙.๓๐ น.  ณ ห้องเบญจกูล ชั้นใต้ดิน

อาคารพิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

---------------------------------------------


โดยมี นายแพทย์ปภัสสร  เจียมบุญศรี
  รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นประธานการประชุม

กลุ่มเป้าหมาย  ได้แก่ คณะอนุกรรมการฯ และผู้เกี่ยวข้องระดับพื้นที่ จำนวน ๓๒ คน

วัตถุประสงค์ เพื่อ

  ๑. รับทราบ
 

๑.๑ ผลการดำเนินงานในพื้นที่เป้าหมายตามโครงการฯ

 

๑.๒ ติดตามการดำเนินงานอนุรักษ์ คุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่ที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพร

  ๒. พิจารณา
  ๒.๑ (ร่าง) แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ ๓ แห่ง (เป้าหมายเริ่มดำเนินการในปี ๒๕๕๒
ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน)
  ๒.๒ กรอบหลักเกณฑ์ มาตรการ และแนวทางในการจัดทำ (ร่าง) กฎกระทรวงประกาศกำหนดเขตพื้นที่
คุ้มครองสมุนไพรตามมาตรา ๖๑

ผลที่ได้รับ

  ๑. รับทราบ
  ๑.๑ ผลการดำเนินงานอนุรักษ์ คุ้มครองและใช้ประโยชน์จากสมุนไพรและถิ่นกำเนิดของสมุนไพรในพื้นที่เป้าหมาย
โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับความเห็นชอบเป็นแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ ตามมติคณะรัฐมนตรี (๒๐ พื้นที่)
  ๑.๒ ความก้าวหน้าการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการอนุรักษ์ คุ้มครองและส่งเสริม
การใช้ประโยชน์จากสมุนไพรและถิ่นกำเนิด
  ๒. คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ
  ๒.๑ (ร่าง) แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ พ.ศ.๒๕๕๖-๒๕๕๘ (แผนระยะสั้น) จำนวน ๓ แห่ง
ได้แก่
  ป่าดอยม่อนฤาษี ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
  ป่าชุมชนขุนน้ำวอง ตำบลม่วงยาย อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
  ป่าชุมชนตำบลแม่ยวมฝั่งขวา อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการของสมุนไพรในแต่ละพื้นที่จากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งฝ่ายเลขานุการ จะได้นำเสนอคณะกรรมการ
คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พิจารณาให้ความเห็นชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะรัฐมนตรี
ตามลำดับต่อไป
  ๒.๒ ความเห็นและข้อเสนอแนะของส่วนราชการ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำ (ร่าง) กรอบมาตรการ
และแนวทางการออกกฎกระทรวงฯ ประกาศกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองสมุนไพร ตามมาตรา ๖๑ ซึ่งส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับมาตรการ
ตามมาตรา ๖๒ และไม่เห็นด้วยเพียงเล็กน้อย โดยเสนอแนะให้จัดทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นรอบด้านในแต่ละขั้นตอน
ของการร่างกฎกระทรวงฯ รวมทั้งเนื้อหาของร่างฯดังกล่าวต่อไป