การประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการสำรวจและศึกษาสมุนไพร

ในพื้นที่ที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพร สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

ในสำนักงานนายทะเบียนจังหวัด ระหว่างวันที่ ๑-๒ มีนาคม ๒๕๕๕

ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร

 

ประธานในการประชุม
โดย นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา  อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

กลุ่มเป้าหมาย  ได้แก่ ผู้แทนนายทะเบียนจังหวัด และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน  ๑๔๕  คน

วัตถุประสงค์   เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการสำรวจและศึกษาสมุนไพรในพื้นที่ที่เป็นถิ่นกำเนิด ของสมุนไพร และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานสำรวจ ศึกษา การจัดทำทะเบียนสมุนไพร รวมทั้งการจัดทำร่างแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพร

๑. รับทราบ
    ๑.๑ นโยบายการอนุรักษ์ และคุ้มครองสมุนไพรและถิ่นกำเนิดสมุนไพร นโยบาย ปี ๒๕๕๕ ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ตามนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับกรมกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ที่สำคัญ มี ๒ ข้อ คือ
       ข้อ ๑๐ ส่งเสริมการใช้การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในระบบบริการสุขภาพ ทุกระดับ โดยบูรณาการการบริการ ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อย่างน้อย ๒๐๐ แห่ง โรงพยาบาลชุมชนที่มีความพร้อม โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยต้นแบบจำนวน ๙ แห่ง รวมทั้งที่จะมีการขยายการดำเนินการเพิ่มอีก ๔ แห่ง ในปี ๒๕๕๕
       ข้อ ๑๖ จัดให้มีการสื่อสารด้านสุขภาพเพื่อให้ข้อมูลความรู้แก่ประชาชน โดยกำหนดหลักการในการทำงาน “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ”

  ๑.๒ การคุ้มครองสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพร ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.๒๕๔๒ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๖ ตอนที่ ๑๒๐ ก ลงวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ และมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๓

       ๑.๒.๑ การคุ้มครองสมุนไพร ตามมาตรา ๔๔ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสมุนไพร ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำ ของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดประเภท ลักษณะ ชนิด และชื่อของสมุนไพรที่มีค่าต่อการศึกษาวิจัย หรือมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ หรืออาจจะสูญพันธุ์ ให้เป็นสมุนไพรควบคุมโดยพิจารณาคัดเลือกสมุนไพรตามหลักเกณฑ์ทางวิชาการ และนิยามศัพท์ที่เกี่ยวข้อง ๓ กลุ่ม  ใช้ในการดำเนินงานในระดับพื้นที่ ได้แก่

     ๑) สมุนไพรที่มีค่าต่อการศึกษาหรือวิจัย หมายถึง สมุนไพรที่ควรนำไปศึกษา หรือวิจัย หรือพัฒนา ต่อยอด เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์การสาธารณสุข เศรษฐกิจ และการดำรงชีพ
     ๒) สมุนไพรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ หมายถึง สมุนไพรที่เป็นที่ต้องการของตลาด
     ๓) สมุนไพรที่อาจจะสูญพันธุ์ หมายถึง สมุนไพรที่ขึ้นเฉพาะพื้นที่ยากต่อการขยายพันธุ์ เติบโตในระบบนิเวศจำเพาะ และมีความต้องการใช้ประโยชน์สูง


       ๑.๒.๒ การคุ้มครองบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพร มาตรา ๕๗ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสมุนไพร และบริเวณถิ่นกำเนิดสมุนไพรที่มีระบบนิเวศตามธรรมชาติหรือมีความหลากหลายทางชีวภาพ หรืออาจได้รับผลกระทบกระเทือน จากการกระทำของมนุษย์ได้โดยง่ายในเขตพื้นที่ที่ได้มีการกำหนดให้เป็นเขตอนุรักษ์   ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการ จัดทำแผนปฏิบัติการเรียกว่า “แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพร” เสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
      มาตรา ๖๑ ในกรณีที่พื้นที่ใดเป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพร ที่มีระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติ หรือมีความหลากหลายทางชีวภาพที่อาจถูกทำลายหรืออาจได้รับผลกระทบกระเทือนจากการกระทำของมนุษย์ ได้โดยง่าย
มาตรา ๖๔ เพื่อสนับสนุนให้เอกชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครอง ส่งเสริมและพัฒนาสมุนไพร เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดิน ที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพร หรือที่ดินที่จะใช้ปลูกสมุนไพร มีสิทธินำที่ดินนั้น ไปขอขึ้นทะเบียนต่อนายทะเบียน เพื่อขอรับความช่วยเหลือหรือขอรับการสนับสนุนตามพระราชบัญญัตินี้


    ๑.๒.๓ ขั้นตอนการดำเนินงานคุ้มครองสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิด
         ๑) สำรวจ รวบรวม และจัดทำทะเบียนพื้นที่ที่เป็นถิ่นกำเนิดสมุนไพร
         ๒) สำรวจ รวบรวม และบันทึกข้อมูลสมุนไพรในพื้นที่ของจังหวัด
         ๓) ประสานความร่วมมือในการศึกษาข้อมูลสมุนไพรและถิ่นกำเนิดของสมุนไพร ในพื้นที่เป้าหมาย
         ๔) วิเคราะห์ จำแนก และจัดกลุ่มสมุนไพรที่มีความสำคัญ ๓ กลุ่ม ตามมาตรา ๔๔
         ๕) จัดเวทีประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาข้อมูลผลการศึกษาสมุนไพร เพื่อดำเนินการจัดทำร่างแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพร และรายงานฉบับสมบูรณ์
          ๖) เสนอ (ร่าง) แผนจัดการฯ ไปยังกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และขอรับการสนับสนุนในการดำเนินงานตามแผนจัดการฯ ดังกล่าวต่อไป

๑.๓ แนวทางการจัดทำทะเบียน สารานุกรมสมุนไพร ในพื้นที่ที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพร โดย ดร.สมราน สุดดี นักอนุกรมวิธาน สำนักหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
          สมุนไพร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ หมายถึง ผลผลิตธรรมชาติที่ได้จาก พืช สัตว์ และแร่ธาตุที่ใช้เป็นยาหรือผสมกับสารอื่นๆ ตามตำรับยาเพื่อบำบัดโรค บำรุงร่างกายหรือใช้เป็นยาพิษ

          สมุนไพร ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ หมายถึง พืช สัตว์ จุลชีพ ธาตุวัตถุ สารสกัดดั้งเดิมจากพืชหรือสัตว์ที่ใช้หรือแปรสภาพหรือผสมหรือปรุงเป็นยาหรืออาหารเพื่อการตรวจวินิจฉัย บำบัด รักษา หรือป้องกันโรค หรือส่งเสริมสุขภาพร่างกายของมนุษย์หรือสัตว์และให้หมายความรวมถึงถิ่นกำเนิดหรือถิ่นที่อยู่ของสิ่งดังกล่าวด้วย

        ๑.๓.๑ การจัดทำทะเบียนสมุนไพร
ทะเบียนสมุนไพรเป็นบัญชีบันทึกลักษณะจำนวนสมุนไพร ตลอดจนงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ทะเบียนสมุนไพร ควรประกอบด้วย ชื่อพื้นเมืองหรือชื่อท้องถิ่น, ชื่อวิทยาศาสตร์หรือ ชื่อพฤกษศาสตร์, ชื่อพ้อง(ถ้ามี), ชื่อวงศ์, ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ(ถ้ามี), ภาพประกอบ

ชื่อพื้นเมืองหรือชื่อท้องถิ่น และชื่อสามัญ
       ชื่อสมุนไพร ประกอบไปด้วย ชื่อพื้นเมือง (Vernacular Name) หรือชื่อท้องถิ่น (Local Name) และชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientific Name) หรือชื่อพฤกษศาสตร์ (Botanical name) ซึ่งชื่อวิทยาศาสตร์ใช้ได้ทั้งพืชและสัตว์ ส่วนชื่อพฤกษศาสตร์ใช้เฉพาะกับพืชเท่านั้น

ชื่อวิทยาศาสตร์หรือชื่อพฤกษศาสตร์ ของสมุนไพร
ชื่อวิทยาศาสตร์หรือชื่อพฤกษศาสตร์ คือ การกำหนดชื่อให้กับพืชให้ถูกต้องตามระบบที่เป็นสากล กฎเกณฑ์ในการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชได้มาจากการปะชุม International Botanical Congress (IBC) ซึ่งเป็นการประชุมระดับนานาชาติและได้รับการตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือที่ชื่อว่า International Code of Botanical Nomenclature (ICBN) ชื่อวิทยาศาสตร์หรือชื่อพฤกษศาสตร์ ประกอบด้วยคำ ๒ คำ เป็นระบบที่เรียกว่า binomial nomenclature คำแรกเป็นชื่อสกุล (generic name) คำที่สองเป็นคำระบุชนิด (specific epithet) ชื่อวิทยาศาสตร์หรือชื่อพฤกษศาสตร์เป็นคำที่มาจากภาษาลาติน หรือคำที่มาจากภาษาอื่นแต่ถูกแปลงให้เป็นภาษาลาติน เพราะ ภาษาลาตินเป็นภาษาเก่าแก่ เป็นรากของภาษาชาติต่างๆ ในยุโรป จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกต่อไปแล้ว ทำให้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงความหมาย และไม่ได้เป็นภาษาประจำชาติใด
การเขียนชื่อพฤกษศาสตร์ ชื่อ generic name ให้เขียนขึ้นต้นด้วยตัวใหญ่ ส่วนชื่อ specific epithet ให้เขียนขึ้นต้นด้วยตัวเล็ก ทั้ง generic name และ specific epithet ให้ขีดเส้นใต้ หรือ พิมพ์เป็นตัวหนา หรือ พิมพ์เป็นตัวเอน ซึ่งปัจจุบันเอกสารทางวิชาการนิยมพิมพ์เป็นตัวเอนมากที่สุด

          ๑.๓.๒ แนวทางการจัดทำสารานุกรมสมุนไพร
สารานุกรมสมุนไพร เป็นหนังสือรวบรวมความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร เรียงตามลำดับอักษร สารานุกรมสมุนไพร ประกอบด้วยสิ่งต่างๆ นอกเหนือจากที่กล่าวในทะเบียนสมุนไพรแล้ว เช่น ลักษณะทางพฤกษศาสตร์, สรรพคุณ, ข้อมูลการวิจัยด้านสารเคมี, ข้อมูลการวิจัยด้านฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา, นิเวศวิทยา,   แหล่งที่พบในประเทศไทย, การกระจายพันธุ์, ตัวอย่างพันธุ์ไม้อ้างอิง, ภาพประกอบ (ภาพสี ภาพวาดลายเส้น)

          ๑.๔ แนวทางการสำรวจศึกษา ข้อมูลความหลากหลายของสมุนไพรในพื้นที่ถิ่นกำเนิด
          โดย ดร. สุรางค์ เธียรหิรัญ กรมป่าไม้
วัตถุประสงค์ในการสำรวจและศึกษาสมุนไพร เพื่อทราบข้อมูลสมุนไพรในพื้นที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดของสมุนไพร โดยมีกระบวนการสำรวจและเก็บข้อมูล คือ
         - ทีมสำรวจ, อุปกรณ์, การวางแผนสำรวจ, การตรวจสอบข้อมูล, การวิเคราะห์ข้อมูล, บันทึกข้อมูล ทีมสำรวจ มีจำนวนประมาน ๑๐-๑๕ คน ประกอบด้วย ชาวบ้านหรือผู้รู้สมุนไพรในพื้นที่, นักพฤกษศาสตร์, เจ้าหน้าที่ป่าไม้, เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
- อุปกรณ์ในการสำรวจ เช่น กล้องถ่ายรูป, GPS สำหรับวัดพิกัด, กรรไกรตัดกิ่งหรือมีด, ถุงพลาสติกหรือกระดาษ,แผงอัดพันธุ์ไม้, ป้ายชื่อขนาดเล็ก, สมุดบันทึกหรือแบบฟอร์ม, ตลับเมตรหรือสายวัด, เชือก
         - การวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย สมุนไพรที่ใช้ในเชิงพาณิชย์, สมุนไพรที่ใช้ในชุมชน, สมุนไพรหายาก, สมุนไพรอาจจะสูญพันธุ์
         - บันทึกข้อมูล ลงบันทึกข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของหน่วยงาน แบ่งได้ ๒ ประเภท คือ ข้อมูล ที่เปิดเผยได้ และ ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ เพราะใกล้สูญพันธุ์ เป็นต้น การสำรวจสังคมพืชสมุนไพร เป็นการวางแปลงตัวอย่างเพื่อการวิเคราะห์หรือบรรยายสังคมพืชที่แสดงออกถึงแบบแผนการกระจายร่วมกันในด้านความมากมายในพื้นที่นั้นๆ

          ๑.๕ แนวทางการจัดทำ (ร่าง) แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์
          โดย อ.ชมพูนุท ช่วงโชติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

องค์ประกอบของแผนจัดการ ได้แก่ หลักการหรือนโยบาย การวิเคราะห์สถานการณ์ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ แนวทางและมาตรการ
          ลำดับขั้นของการบรรลุผล  ทรัพยากรหรืองบประมาณ  ชุดของกิจกรรมหลัก  ผลผลิตของกลยุทธ์  ผลลัพธ์ของกลยุทธ์ เป้าประสงค์ของแผน

กลยุทธ์หรือแนวทาง มาตรการ
    - Direct Approach เริ่มจากวิเคราะห์ SWOT เพื่อกำหนดกลยุทธ์
    - Goal Approach ยึดกลยุทธ์ของหน่วยงานแล้ววิเคราะห์ SWOT เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม
    - Vision Approach กำหนดวิสัยทัศน์ และแล้ววิเคราะห์ SWOT เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสม
    -Indirect Approach ใช้กลยุทธ์ที่กำหนดไว้แล้ว แล้วพิจารณาความเหมาะสมด้วยการวิเคราะห์ SWOT

  ๒. สำนักคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย จะได้สรุปสาระสำคัญ จัดทำแนวทางปฏิบัติ พร้อมแบบสำรวจข้อมูลพื้นที่ แล้วส่งให้นายทะเบียนจังหวัด รวบรวมข้อมูลและแจ้งยืนยันการดำเนินงาน ตามขั้นตอนในปี ๒๕๕๕-๒๕๕๖ ตามลำดับ

  ๓. ผลการประเมินผลความพึงพอใจ พบว่า จำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม ๖๙ คน จาก ๑๐๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๗.๐๐ โดยมีระดับความพึงพอใจด้านต่าง ๆ

      ๓.๑ คุณภาพการให้บริการ   ๗๐.๘๐
      ๓.๒ หัวข้อและเนื้อหาการประชุม / วิทยากร / การถ่ายทอดองค์ความรู้     ๗๓.๕๐
      ๓.๓ บุคลากร / เจ้าหน้าที่   ๗๒.๑๓
      ๓.๔ สิ่งอำนวยความสะดวก   ๖๙.๙๒
           ค่าเฉลี่ย ๗๑.๕๙