ผลการจัดงานโครงการรวมพลังการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน ปี ๒๕๕๕

ภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงราย

ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ณ สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ ถนนธนาลัย จังหวัดเชียงราย

 

๑. สาระสำคัญ (Theme) การจัดงาน “หมอพื้นบ้าน หมอชนเผ่า วิถีชีวิตมะเก่าของล้านนาไทย”

๒. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายวิทยา บุรณศิริ) กล่าวเปิดงาน และมอบนโยบายการส่งเสริมการแพทย์แผนไทย และการใช้ยาสมุนไพรในสถานบริการทุกระดับ โดยมี นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวต้อนรับ  
น.พ.ไพจิตร์ วราชิต
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวรายงาน และ น.พ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กล่าวความเป็นมาของการคัดเลือกหมอพื้นบ้าน/ผู้ทรงคุณวุฒิ และอ่านรายนามผู้รับมอบใบประกาศเกียรติคุณ  

๓. ผู้เข้าร่วมงาน จำนวน ๑,๕๐๐ คน ประกอบด้วย
    ๓.๑ ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงาน นักวิชาการ ผู้แทนสถาบันต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน
    ๓.๒ นายทะเบียนจังหวัด ผู้รับผิดชอบงานแพทย์แผนไทย และเครือข่ายบุคลากร ด้านการแพทย์แผนไทย ๗ กลุ่ม จาก ๑๗ จังหวัด
    ๓.๓ เยาวชน/นักศึกษา/นักเรียน
    ๓.๔ ประชาชน/ผู้สนใจ
    ๓.๕ สื่อมวลชน

๔. การประเมินผลการจัดนิทรรศการ (ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย ควรปรับปรุง) อยู่ระหว่างรวบรวมและสรุปผลฯ แบบประเมิน โดย สสจ.เชียงราย  

๕. ผลการจัดงานตามโครงการฯ

   ๕.๑ การจัดนิทรรศการ จำนวน ๓๕ บูธ ประกอบด้วย เครือข่าย ๑๗ จังหวัด ร่วมกับเครือข่ายด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์พื้นบ้าน ระดับอำเภอในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สถาบันการศึกษา/วิชาการ/ ศูนย์/สมาคม/สมาพันธ์/ชมรม ที่มีการดำเนินงาน/กิจกรรมที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

      ๑) หมอพื้นบ้าน หมอชนเผ่า (ล้านนา อาข่า ม้ง  ลาหู่  โซ่งหรือไทยทรงดำ)

      ๒) องค์ความรู้/ภูมิปัญญาฯ (ตำรับ/ตำราฯ) เกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน ไม่น้อยกว่า ๒๐ เรื่อง อาทิ การรักษาด้วยไฟ หรือความร้อน เช่น การเหยียบฉ่า ย่ำขาง ตอกเส้น เหยียบเหล็กแดง นึ่งท้อง ประคบสมุนไพร ทับหม้อเกลือ กะลานวดเท้า ไม้เท้าค้ำยัน ขับมด (การรักษาอาการเจ็บป่วยของไททรงดำ โดยหมอมด ด้วยวิธีการขับมดและเสี่ยงทายเพื่อหาสาเหตุการเจ็บป่วย) กัวซา (กดจุด ขูดพิษ)  การรักษากระดูกหัก ตำรับยากษัยพระยารณไชยชาญยุทธ ธาตุเจ้าเรือน นวดจัดกระดูก นวดศีรษะผ่อนคลาย ฝังเข็ม จับเส้น หมอนวดอัตตลักษณ์ล้านนา แช่เท้าด้วยสมุนไพร  ตำรับสมุนไพรรักษาโรคเรื้อรัง ฯลฯ  

      ๓) อาหารพื้นเมือง/ผักพื้นบ้าน อาทิ เมี่ยงเต้าเจี้ยว เมี่ยงจอมพล แกงฮังเล ข้าวเกรียบปลากราย ปลาร้าทรงเครื่อง มะม่วงซานาบ (มะม่วงยำ) ส้าผักขี้หมุ่ง (ยำผักชีลาว) ข้าวสมุนไพร กระยาสารท น้ำสมุนไพรชนิดต่างๆ (น้ำฟักทอง น้ำย่านาง น้ำมะขาม ตรีผลา) ไข่อุ๊บ เมี่ยงคำสมุนไพร
อาหารสุขภาพไททรงดำ ฯลฯ

     ๔) สมุนไพร (สด/แห้ง) ได้แก่ กวาวเครือ บอระเพ็ดพุงช้าง บัวสวรรค์ ค้างคาวดำ พลูคาว ขลู่ เหงือกปลาหมอ สมุนไพร ๗ พลัง (เจ็ดช้างสาร ฮ้อสะพายควาย พญาเสือโคร่ง โด่ไม่รู้ล้ม พญาคอกิ่วกวาง...แฉะ อุ้มลูกดูหนัง) สมุนไพรสำหรับดองสุรา (กำลังช้างเผือก ม้าสามตอน โด่ไม่รู้ล้ม สะค้านแดง) ฯลฯ

     ๕) วัฒนธรรมพื้นบ้าน (พิธีกรรมต่างๆ) ประกอบด้วย สะเดาะเคราะห์ ฮ้องขวัญ อ้อผญ๋า บายศรี ระบำมังคละ (การละเล่นพื้นบ้านจังหวัดพิษณุโลก) ดูดวง พิธีกรรมตัดเกิด (การปัด เป่ารักษาอาการเจ็บไข้) รำแคนไทยทรงดำ ฯลฯ

     ๖) นวัตกรรม จำนวน ๕ เรื่อง เช่น เบอร์เกอร์สมุนไพร ครีมขมิ้นชัน สกัดน้ำมันจากตะไคร้หอม เข็มขัดสมุนไพร อโรคยาหัตถ-กรณ์ (การขูดมือด้วยแผ่นหยก) นวดด้วยฟองอากาศบำบัดโรค

   ๕.๒ เวทีเสวนาวิชาการ โดยจัดเวทีศาลาเล่าเรื่อง/เสวนา/บอกเล่า เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษาอาการกระดูกหักของหมอพื้นบ้านชนเผ่าอาข่า การบอกเล่าประสบการณ์สะเดาเคราะห์เสริม   ดวงชะตา  การดูแลมารดาและทารกหลังคลอด เป็นต้น

๖. ปัญหาอุปสรรค
    ๖.๑ สถานที่โล่ง ไม่เอื้อต่อการจัดงาน/นิทรรศการฯ/เสวนา เนื่องจากมีสภาพอากาศร้อน-อบอ้าว 

    ๖.๒ การปรับเปลี่ยนกำหนดการฯ เร่งด่วน

    ๖.๓ งบประมาณจำกัด ไม่เพียงพอสำหรับการจัดงานระยะยาว

๗. ข้อเสนอแนะ
    ๗.๑ ควรมีการกำหนดแนวทางหรือมาตรฐานของสถานที่ที่ใช้จัดงานให้เหมาะสมสอดคล้องกับกิจกรรม ระยะเวลา สภาพภูมิอากาศ และรูปแบบการจัดงาน

   ๗.๒ ควรจัดทำแผนแม่บทการจัดงานและจัดหาจังหวัดเจ้าภาพ เป็นแผนระยะ ๕-๑๐ ปี

   ๗.๓ ให้มีการคัดเลือกนิทรรศการ/ภูมิปัญญาฯ/ผลงานดีเด่นของจังหวัด ในแต่ละภาคเพื่อเป็นตัวแทนร่วมจัดงาน /แสดงผลงานในงาน มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ

   ๗.๔ ควรจัดงานในช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม–มกราคม)

   ๗.๕ บูรณาการจัดงานร่วมกับงานประจำปี/งานสำคัญของจังหวัด

๘. สำนักคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ได้จัดทำข้อเสนอเพิ่มเติม
    ๘.๑ จังหวัดเจ้าภาพจัดงานของพื้นที่ภาคเหนือในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ได้แก่ จังหวัดพะเยา พิษณุโลก ตามลำดับ

   ๘.๒ ผลการสำรวจและรวบรวมข้อมูลการจัดนิทรรศการ/แสดงผลงาน ๑๗ จังหวัด รวมทั้งข้อมูลด้านความสมบูรณ์ของข้อมูล/ เนื้อหา/สาระ และความต่อเนื่องของการจัดแสดงนิทรรศการ/ผลงาน พบว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดพะเยา และจังหวัดเชียงราย ควรพิจารณา/คัดเลือกในการจัดงานมหกรรมสมุนไพรฯ