สรุปสาระสำคัญ
การสำรวจและศึกษาพื้นที่ที่เป็นแหล่งกำเนิดของสมุนไพรกวาวเครือตามธรรมชาติ
ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2553
ณ บ้านหนองเต่า ตำบลดินทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก
และ
ณ วัดเขาพนมกาว ตำบลหนองปล้อง อำเภอวังวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร


โดยมี   นางกัญจนา  ดีวิเศษ   ผู้อำนวยการกองคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและพื้นบ้านไทย  เป็นประธาน
กลุ่มเป้าหมาย   ประกอบด้วย หมอพื้นบ้าน ผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด นักวิชาการ ผู้นำชุมชน
ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทน อบต. และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ จำนวน  ๓๕ คน

วัตถุประสงค์
เพื่อสำรวจและศึกษาข้อมูลพื้นที่ที่มีสมุนไพรกวาวเครือแหล่งธรรมชาติ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กวาวเครือ) พ.ศ. 2549  ณ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร

ผลที่ได้รับ
๑) นางกัญจนา ดีวิเศษ ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองภูมิปัญญาฯ เป็นหัวหน้าคณะฯ
พร้อมด้วยคณะร่วมสำรวจ ศึกษาฯ เดินทางไปยังบ้านท่าข้าม หมู่ ๕ ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง แหล่งที่พบกวาวเครือ
๒)  ข้อมูลสมุนไพรกวาวเครือที่สำรวจพบ
    ๒.๑ การสำรวจ ศึกษาข้อมูลสมุนไพรกวาวเครือแหล่งธรรมชาติ ณ บ้านหนองเต่า หมู่ที่ ๕ ตำบลดินทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก
        ๒.๑.๑ ข้อมูลกวาวเครือที่สำรวจ พบสมุนไพรกวาวเครือ อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่กรมป่าไม้อนุญาตให้ชุมชนเข้าไปดูแลใช้ประโยชน์ อยู่ระหว่างยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชน
มีเนื้อที่ประมาณ ๘๐๐ ไร่
บริเวณที่พบกวาวเครือแดง มีประมาณ ๑๕ ไร่ มีกวาวเครือแดงไม่น้อยกว่า
๕๐ ต้น คาดคะเนอายุของกวาวเครือ (จากชั้นเปลือกของเถา/ลำต้นกวาวเครือ) มีอายุตั้งแต่ ๕๐-๑๐๐ ปี
และประมาณน้ำหนักของกวาวเครือแต่ละต้นไม่น้อยกว่า ๒,๕๐๐ กิโลกรัม
        ๒.๑.๒ ร่วมประชุมปรึกษาหารือร่วมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแผนและแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้
              ๑) ประสานหน่วยงานสังกัดกรมป่าไม้ในพื้นที่ เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่
และกำหนดขอบเขต/แผนที่ที่ชัดเจน ในบริเวณที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรกวาวเครือ
              ๒) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ อาทิ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ พัฒนาชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล ในการกำหนดกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์
และใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม เช่น  ๑) จัดทำป้าย (กำหนดขอบเขตพื้นที่และป้ายบอกเกี่ยวกับข้อมูลสมุนไพร       ๒) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้สมุนไพรกวาวเครือ รวมทั้งสมุนไพรอื่นๆ ที่มีความสำคัญ เพื่อการใช้ประโยชน์  ๓) การปลูกหรือการอนุรักษ์ทั้งในถิ่นกำเนิด และนอกถิ่นกำเนิด  ๔) ให้มีคณะกรรมการฯ กำกับดูแล และมีอาสาสมัครในพื้นที่
              ๓) จัดทำแผนปฏิบัติ/กิจกรรม/กำหนดวิธีการจัดการของหน่วยงาน
    ๒.๒ การสำรวจ ศึกษาข้อมูลสมุนไพรกวาวเครือแหล่งธรรมชาติ ณ วัดเขาพนมกาว
อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร
        ๒.๒.๑ สมุนไพรกวาวเครืออยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในความดูแลของกรมป่าไม้
ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าตามมติคณะรัฐมนตรี พื้นที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ดินลูกรังและหิน มีเนื้อที่ประมาณไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ มีพื้นที่ติดกับตำบลหนองปล้อง ตำบลหนองพยอม ตำบลงิ้วราย ครอบคลุมอำเภอตะพานหิน
และอำเภอวังทรายพูน
พบกวาวเครือขาว อายุประมาณตั้งแต่ ๒-๑๐ ปี จำนวนมาก ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ของภูเขา
        ๒.๒.๒ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลสมุนไพรกวาวเครือ กับผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ ดังนี้
              ๑) ประสานหน่วยงานสังกัดกรมป่าไม้ในพื้นที่ เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่
และกำหนดขอบเขต/แผนที่ที่ชัดเจน ในบริเวณที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรกวาวเครือขาวดังกล่าว
              ๒) ผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประสานแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงาน/องค์กร/ชุมชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
               ๓) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ อาทิ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัด ในการกำหนดกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์
และใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม เช่น ๑) จัดเวทีประชาคม  ๒) สำรวจ ศึกษาข้อมูลสมุนไพร/สถานการณ์กวาวเครือในพื้นที่ พร้อมจัดทำป้ายกำหนดขอบเขตพื้นที่ โดยประสานผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นักวิชาการ หมอพื้นบ้าน
แพทย์แผนไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ ๓) ให้มีการกำกับดูแล และมีอาสาสมัครเฝ้าระวังในพื้นที่ ๔) ใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ เช่น พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
              ๔) จัดทำแผนปฏิบัติ/กิจกรรม/กำหนดวิธีการ/ขอบเขตหน้าที่ของหน่วยงาน    

๓) ประสานนายทะเบียนจังหวัดพิษณุโลก และพิจิตร จัดทำแผนงาน/โครงการรองรับการดำเนินงานและแจ้งกลุ่มสารนิเทศและวิเทศสัมพันธ์ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการการอนุรักษ์สมุนไพรกวาวเครือ ต่อไป